แต่งงาน วิปัสสนากรรมฐาน - WeddingSquare
WeddingSquare.com Homepage

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิกที่นี่ดูรายละเอียด
Forum Home Forum Home > ชมรมเจ้าสาว > สะใภ้ 4 เหล่า
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

วิปัสสนากรรมฐาน



Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
LukChin View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Posts: 478
Post Options Post Options   Quote LukChin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: วิปัสสนากรรมฐาน
    Posted: 15 Aug 2007 at 12:58

เมื่อวันที่ 9-12 ที่ผ่านมา ลูกชิ้นได้มีโอกาสไปเจริญวิปัสสนากรรมฐานที่ต่างจังหวัดมาคะ

ซึ่งทางบริษัทจัดขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการให้พนักงาน รวมทั้งได้ฟังเทศน์ ฟังธรรม ตลอด 4 วัน 3 คืน รู้สึกดีมากๆ เลย

สาเหตุที่ไป...ทั้งๆ ที่งานล้นหัวเหรอคะ โฮะๆๆๆ ก้อไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวอะ ...  กลัวปรี๋

แฟนเค้าอยากลองไปดู ขืนเราไม่ไป เค้าก้อจะบอกว่า คุณคือจุดอ่อน ... เชิญออกไปจากบ้านกันพอดี

แต่หลังจากที่ได้ไปมา รู้สึกดีมากๆ เลยคะ อย่างน้อยมันทำให้เรารู้จักการดูใจตัวเอง

สิ่งใดที่เราหงุดหงิด โกรธ เกลียด สาเหตุไม่ได้เกิดจากคนอื่น แต่มันเกิดกับใจเราที่คิดว่าเราเป็นอย่างนั้น

ดังนั้นสิ่งที่ร้ายที่สุดคือใจเราเอง ... ซึ่งเป็นข้อคิดที่ดีมากๆ เลย 

คราวนี้เลยนำบุญมาฝากเพื่อนๆ ในห้องนี้ และอยากร่วมแชร์กับทุกๆ คนเลยคะว่า

เคยไปปฎิบัติธรรมที่ไหนมาบ้างคะ ... ของลูกชิ้นไปครั้งนี้ครั้งแรกอะคะ เลยแชร์ได้เท่านี้เอง

อ้อ ของเราพระอาจารย์เน้นให้เดินจงกลมหนะคะ ซึ่งเราชอบนั่งกรรมฐานมากกว่า มันเลยไม่ถูกจริตกันเท่าไหร่

แต่ติดใจตรงสิ่งที่ท่านเทศน์หนะคะ

 

Back to Top
op_op View Drop Down
Senior Bride
Senior Bride
Avatar

Joined: 16 Jul 2006
Location: Thailand
Posts: 7541
Post Options Post Options   Quote op_op Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 13:09

ยังไม่เคยไปเลยค่ะ แต่เห็นทุกคนที่ไปบอกว่าดีทั้งนั้นเลย

แล้วคุณลูกชิ้นไปที่ไหนมาค่ะ


Back to Top
LukChin View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Posts: 478
Post Options Post Options   Quote LukChin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 13:22

ลูกชิ้นไปบ้านพักต่างจังหวัดของบริษัทหนะคะ โดยบริษัทได้อัญเชิญพระอาจารย์มาสอนวิปัสสนาที่บ้านพักเลย ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างขวางพอจะรองรับพนักงานได้ 40-50 คนเลยหนะคะ แต่ถามว่าพระอาจารย์มาจากไหน อันนี้จำ บ่ ได้แน่ชัดคะ เพราะว่าไปตามแฟนหนะคะ....  

Back to Top
sapaiท.บ. View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member


Joined: 27 Sep 2006
Location: Thailand
Posts: 1848
Post Options Post Options   Quote sapaiท.บ. Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 13:24
แฮ่ะๆ ยังไม่เคยมีโอกาสไปวิปัสสนาเลยจ้ะในชีวิตนี้ จิตใจมันไม่ค่อยสงบนิ่งอ่ะจ้ะ คอยห่วงนู่นห่วงนี่ตลอด แต่ชาตินี้พี่จะต้องหาโอกาสไปให้ได้ในสักวันนึงจ้ะ
Back to Top
Dr.kai View Drop Down
Senior Bride
Senior Bride
Avatar

Joined: 09 Mar 2004
Location: Thailand
Posts: 17800
Post Options Post Options   Quote Dr.kai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 14:57
อยากลองทำดูบ้าง แต่พี่สมาธิสั้นอ่ะดิลูกชิ้น เดี๋ยวเขาไล่ออกจากวัดแน่ๆเลย
[IMG]http://my.ladysquare.com/d/21571-1/drkai-1.gif">
Back to Top
joy&boy View Drop Down
Senior Bride
Senior Bride
Avatar

Joined: 19 Jun 2006
Location: Thailand
Posts: 13879
Post Options Post Options   Quote joy&boy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 15:11
อาจารย์ปราโมทย์ป่ะคะ . .   ท่านสอนเรื่องตามดูจิต . . ไม่ให้เผลอ.. ให้ฝึกรู้ตลอดเวลา ..เริ่มฟังจากซีดีค่ะ . .
แต่พี่ก้อเผลอตลอดแฮะ.. ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่กล้าไปพบ ไปปฏิบัีติต่อหน้าท่านหรอก . .
เพราะพี่คงวิ่งตาม หมอไก่ กะ ยัยเก๋ พระราม9 ออกมาแหงๆ
Back to Top
LukChin View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Posts: 478
Post Options Post Options   Quote LukChin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 15:24

พระอาจารย์มานพคะพี่จอย ...

ลูกชิ้นเองก้ออยากทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะว่ารู้สึกอึดอัดมาก แต่ดีหน่อยที่ทางบริษัทลูกชิ้นไม่เคร่งมาก

ตกดึกเนี่ยเม้าท์แตกกันเลยคะ แต่หากไปปฎิบัติธรรมที่วัด เค้าให้ดูจิตและไม่ให้คุยกันเลยอะคะ

สำหรับบางคนที่คิดว่าอยู่ไม่ได้เนี่ย ลูกชิ้นก้อคิดแบบนั้นเหมือนกัน ถึงขนาดว่าจะขับรถไปกันเอง

เพราะหากทนไม่ได้ จะได้หนีกลับบ้านได้ทันที แต่สรุปว่าเราบอกแฟนว่าไม่ต้อง

เมื่อตัดสินใจไปแล้วก้อต้องลองให้มันสุดๆ 

จริงๆ แล้วหากใครไม่เคย น่าสนใจมากเลยนะคะ เพราะว่ามันทำให้เราสงบ

หากเราเบื่อ เราก้อเดินไปนั่งเฉยๆ และพร้อมก้อค่อยมาเดินจงกลมหรือนั่งวิปัสสนาต่อก้อได้

ถ้าเราเบื่อมากๆๆๆๆๆๆๆ ก้อกลับไปนอนเท่านั้นเอง ....

Back to Top
LukChin View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Posts: 478
Post Options Post Options   Quote LukChin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 15:29

อ้อ ลืมบอกพี่ไก่คะ

พระอาจารย์ท่านนี้ไม่ยอมให้กลับหนะคะ เหอๆๆๆ หนักกว่าเก่าอีก

มีพี่คนนึงเคยไปเหมือนกัน แต่เค้าไปครั้งแรกก้อ 7 วันเลย พอวันที่ 2 แอบหนีลงเขาเพื่อกลับบ้าน

พระท่านก้อเรียกให้ไปพบ พร้อมกับตอบปัญหาธรรม พี่เค้าบอกว่าตอนนั้นอึดอัดสุดๆๆ

แต่เมื่อได้พูดคุยกับท่านในคืนนั้นแล้ว ก้อดีขึ้นหนะคะ

ทั้งนี้เพราะท่านจะเรียกมาสอบอารมณ์ดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เบื่อไหม เพราะอะไรถึงเบื่อ

พร้อมทั้งแนะนำทางออกให้ด้วย ... ซึ่งดีเหมือนกัน

แต่ว่าท่านก้อจะพูดเป็นเชิงว่า ควรฝืนจิต แล้วเราจะเกิดสติ สัมปะชัญญะ อันเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาคะ

ลูกชิ้นบอกได้เลยว่า ลูกชิ้นก้อเป็น 1 คนที่ดันทุรังสูง ด้วยเหตุนี้มีการยอกย้อนท่านอาจารย์ไปหลายยกอยู่

แต่พอกลับมาได้ 1-2 วัน ก้อระลึกได้ว่า สิ่งที่ท่านสอนหนะคะ จริง

ทุกอย่างอยู่ทีจิตเราเป็นตัวกำหนดและทำร้ายตัวเราเอง หากจิตเราว่าง เราจะทำอะไรต่างๆ ด้วยสติ และปัญญาคะ

Back to Top
baby_natty View Drop Down
New Member
New Member
Avatar

Joined: 25 Jul 2007
Location: Thailand
Posts: 91
Post Options Post Options   Quote baby_natty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 15:54

ดีจังเลยค่ะ

แนทก้อเคยไปนั่งวิปัสนาแต่ไม่ไช่ที่นี่แนทไปที่ วัดมเหยงค์ จ อยุธยา ค่ะ

ที่นี่สงบมากๆค่ะ  ทานเจ ด้วยค่ะ

Back to Top
joy&boy View Drop Down
Senior Bride
Senior Bride
Avatar

Joined: 19 Jun 2006
Location: Thailand
Posts: 13879
Post Options Post Options   Quote joy&boy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 16:01
ทุกอย่างอยู่ทีจิตเราเป็นตัวกำหนดและทำร้ายตัวเราเอง หากจิตเราว่าง เราจะทำอะไรต่างๆ ด้วยสติ และปัญญาคะ

จิงค่า น้องลูกชิ้น . .  พี่เหนด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ . .
แต่จิตพี่ไม่ค่อยอยู่กะเนื้อกะตัว ถึงได้ลืมนู่นลืมนี่ตลอดเวลาอ่ะ

ลูกชิ้น เล่าซีคะว่า . . . เริ่มต้นทำอย่างไร . .  เผื่อมีเพื่อนๆ อยากรู้วิธ ไปหัดทำที่บ้านน่ะค่ะ

Back to Top
khaow View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 04 Feb 2007
Location: Thailand
Posts: 508
Post Options Post Options   Quote khaow Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 16:14

อนุโมทนาด้วยนะคะคุณลูกชิ้น

ไม่ทราบว่าพระอาจารย์อยู่ที่วัดไหนหรือคะ เพราะข้าวกะแฟนก็ชอบเรื่องการทำสมาธิและวิปัสสนาเหมือนกัน

การเจริญภาวนาเป็นการทำทานอย่างหนึ่งเหมือนกันค่ะ และเป็นทานที่บริสุทธิ์และสร้างบารมีได้มากที่สุด

ข้าวเคยไปปฏิบัติที่วัดพิชัยญาติ แค่เสาร์อาทิตย์ นั่งฟังแม่ชีทศพรท่านพูดถึงเรื่องกรรม ก็รู้สึกดีค่ะ ออกจากวัดก็ตัวเบาเลย

แต่เดี๋ยวนี้งานยุ่งเตรียมงานแต่งด้วย เลยต้องใช้วิธีเจริญสมาธิที่บ้านแทน

Back to Top
annkrub View Drop Down
WSQ FanClub
WSQ FanClub


Joined: 24 Aug 2006
Posts: 178
Post Options Post Options   Quote annkrub Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 22:56

เคยไปที่วัด มเหยงค์ (อยุธยา) เหมือนกันค่ะ  ชอบมาก ๆ ไปมาเมื่อไม่กี่เดือนนี้เองค่ะ  และก็ยังอยากไปอีก  แต่ด้วยภาระงาน และเวลา ทำให้ไม่ได้ไปเลยค่ะ  แต่หากมีโอกาสก็ยังอยากไปอีกนะคะ   ด้วยบรรยากาศ การปฏิบัติ ทำให้เราจิตใจสงบดีค่ะ  ผู้ใหญ่เคยสอนว่าเวลาไปวัด ให้ไปตอนที่เรามีความสุข จะดีกว่าตอนที่เรามีทุกข์แล้วไป  เพราะฉะนั้นถ้าช่วงไหนมีความสุขและมีเวลา ก็อยากไปตลอดเลยค่ะ  ไว้มีโอกาสไปด้วยกัน นะคะ ไม่ไกล กทม. ด้วยค่ะ

Back to Top
khwanhatai View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 02 Jul 2006
Location: Thailand
Posts: 3171
Post Options Post Options   Quote khwanhatai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 15 Aug 2007 at 23:29
ยังไม่เคยไปเลยค่ะ..เพราะรู้ตัวเองค่ะ..ว่าทำไม่ได้แน่นอน

ตอนมีปัญหา..ทุกคนต่างให้ไปทำสมาธิ..แล้วจะให้ทำงัยหว่า..นั่งไ ปร้องไห้ไป..

งั้นขอนอนร้องไห้เองดีกว่า..

แต่เคยลองนั่งสมาธิ..ก้อพอทำให้ตัวเองมีสติขึ้นมาได้นะค่ะ..

เชื่อเลยค่ะว่า..สติ..และ..สมาธิ..นำมาซึ่ง..ปัญญา..
Back to Top
yanang View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 13 Apr 2007
Location: United States
Posts: 1017
Post Options Post Options   Quote yanang Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Aug 2007 at 09:29

ยังไม่เคยไปเหมือนกันเลยค่ะ  แหะ แหะ

รู้เลยว่าตัวเองยังไม่พร้อม คือยังไม่พร้อมที่จะเริ่มน่ะค่ะ

กลัวไปแล้วไม่รอดจริง ๆ  เป็นคนจิตไม่ค่อยนิ่งค่ะ

แต่ก็ตั้งใจว่า  สักวันจะต้องไปให้ได้เหมือนกัน  

Back to Top
LukChin View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Posts: 478
Post Options Post Options   Quote LukChin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Aug 2007 at 10:05

กลับมาเล่าตามคำเรียกร้องหนะคะ

วันแรกที่เดินทางไปถึง บ้านสาริกา นั้น เจ้าหน้าที่ก้อให้ไปเปลี่ยนชุด โดยใส่เสื้อขาว โดยผู้หญิงต้องห่มสไบด้วย เพราะว่าผ้าขาวมันบางอะคะ หากไม่ห่ม ศีลมีหลุดแน่ และก้อสวมผ้าถุงดำ และกางเกงดำ

บริเวณที่พักอาศัย จะมีกระดาษแปะอยู่ว่า ดูจิต และป้ายชื่อของแต่ละคนก้อจะระบุ ชื่อ และคำว่า"ปิดวาจา"

เมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จ ก้อเดินทางเพื่อไปขอเข้ากรรมฐาน เพื่อถือศีล 8 คะ ซึ่งนับจากนี้ห้ามทานอาหารค่ำและห้ามพูด ห้ามนอนที่สูง (เค้าให้นอนเบาะบางๆ รองพื้นคะ แต่เนื่องด้วยของเราไม่เคร่งและมีคนไปมาก เลยให้นอนเตียงได้คะ) รวมถึงห้ามแต่งหน้า ห้ามใช้เครื่องหอม รวมถึงแป้งเด็กก้อห้ามอะคะ กรณีนี้ทำให้เหนียวตัวมาก เลยต้องแก้ด้วยการอาบน้ำเช็ดตัวบ่อยๆ คะ

เมื่อทำพิธีเสร็จแล้ว พระอาจารย์ก้อสอนการเดินจงกลม และปล่อยให้แต่ละคนได้ลองไปเดินดู โดยวิธีการคือการสังเกตการเคลื่อนไหวของร่างกาย จับความรู้สึกเป็นหลัก จิตนั้นอยู่ที่ความรู้สึกว่า เท้าก้าว เท้าตึง เท้าหนัก ตัวเคลื่อนย้าย ลมเย็นสัมผัสเท้า อะไรประมาณนี้หนะคะ โดยไม่ให้พูดภากษ์บทในใจ แต่ให้ความรู้สึกบอก หลังจากนั้นก้อพักให้อาบน้ำ และมาสวดวัตรเย็นตอน 6 โมงเย็นคะ หลังจากนั้นก้อนั่งสมาธิ และฟังเทศน์จนถึง 3 ทุ่ม ก่อนแยกย้ายไปนอน

เช้าวันที่ 2 ตื่นตั้งแต่ตี 4 คะ เพื่อมาอาบน้ำก่อนรวมพลกันตอน 4.30 น. เพื่อทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ จน 8 โมงก้อไปทานอาหารเช้า โดยก่อนทานอาหาร ต้องมีบทสวดถวายอาหารให้พระพุทธก่อน และจึงลาอาหารมาทาน โดยเป็นการสวดเพื่อบ่งบอกว่า อาหารนี้ทานเพื่อบำรุงร่างกาย แต่ไม่ได้เน้นที่รสชาติหนะคะ

สำหรับการทานอาหาร คือ สามารถเดินตักอาหารได้เพียงครั้งเดียวคะ ตักแล้วต้องกินให้หมด ห้ามแบ่งเพื่อน และเพื่อนห้ามขอกินคะ เพราะถือว่าเป็นอาหารที่ถวายพระแล้ว ต้องรู้จักคำว่าเพียงพอหนะคะ ตามหลักการแล้ว หลังจากนั้นก้อสอบอารณ์ โดยพระอาจารย์จะถามว่ารู้สึกอย่างไร เดินได้ไหม อึดอัดหรือเปล่า ท่านก้อจะบอกวิธีการแก้ไข กึ่งเทศน์ให้ฟังว่าหากไม่รู้จักดูจิตตัวเอง ตัวเองก้อจะไม่นิ่ง หลงและฟุ้งไปกับอดีตและอนาคต

การนั่งสมาธิ คือการนั่งเพื่อกำหนดปัจจุบัน จิตเรามักย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ผ่านไปแล้ว แต่ท่านจะใช้คำว่าดับไปแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขเรื่องต่างๆ ใดๆ ในอดีตได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

สำหรับคนที่ฟุ้งที่คิดเรื่องอนาคต ท่านจะบอกว่าจิตท่านฟุ้ง มองเลยไปถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด และไม่รู้ด้วยว่าจะเกิดหรือไม่ มันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยก้อได้ จงกลับมาดูปัจจุบัน หากท่านทำทุกอย่างด้วยสติ สิ่งไม่ดีที่กังวลที่ท่านคิดว่าจะเกิด มันจะไม่เกิด เพราะว่าเรามีสติ และปัญญาแก้ไขเรื่องไม่ดีนั้นแล้ว

ท่านเน้นว่า สังขาร ร่างกาย วาจา ทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน เหมือนมีคนมาพูดไพเราะกับเรา คำพูดที่ไพเราะหนะมันดับไปแล้ว หมดไปแล้ว แต่เรามามองผิดตัว หลงอยู่กับสิ่งที่จับต้องได้ กลายเป็นว่าเรามาชอบคนๆ ที่พูดไพเราะ ซึ่งถามว่าจริงๆ แล้วเราชอบคนนั้นหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ แต่สิ่งที่เราชอบคือ เราชอบคำพูดไพเราะนั่นเอง ด้วยเหตุนี้หากเรามีสติ เราจะแยกแยะออกว่า สิ่งใดที่ดี สิ่งใดที่เราเข้าใจผิดหรือมองผิดว่าเป็นสิ่งที่เราชอบ เหมือนตัวอย่างนี้ เราชอบวาจา แต่ไม่ใช่ชอบเจ้าของเสียงนั่นเอง

ท่านยกตัวอย่างเรื่องความรักเหมือนกัน (อันนี้ขอให้พี่แก้วนะคะ เพื่อทำให้พี่มีจิตใจที่ดีขี้น) พระท่านเทศน์ว่า การที่เรารัก เราชอบใครคนหนึ่ง และเค้ามาทำให้เราผิดหวัง หากมามองย้อนนึกดู สิ่งที่ทำร้ายตัวเรา คือ ใจเราเอง ใจเรามัวหลงอยู่กับอดีตในสิ่งที่เค้าเคยให้ หรือหลงกับสิ่งที่เราเคยได้รับ แต่ ณ ตอนนี้มันหมดไปแล้ว แต่ใจหรือจิตเรามันยังไม่หมด มันยังยึดมั่นอยู่กับมัน อดีตทั้งหมดนั้นมันดับไปหมดแล้ว มันไม่มีตัวตนแล้ว แต่จิตเราคิดไปต่างๆ นานาว่า มันยังมีอยู่ และฟุ้งไปถึงอนาคตว่ามันจะกลับมา มันจะมีอยู่ เรื่องทั้งหมดนี้จิตเราเองเป็นตัวนำพาเราไป หากเรามามองย้อนดู จิตเรานั่นแหละทำร้ายเราเอง ทำให้เราคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่หากเราปล่อยจิตให้ว่าง เราจะพึงเข้าใจว่า เรื่องทุกอย่างมันไม่มีอะไรเลย มันเกิดมาแล้วผ่านไป แต่สิ่งที่หลงเหลือและกรีดแทงหัวใจเราคือจิตเราเอง หันกลับมามองปัจจุบัน เราจะพบว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น หากจิตเราไม่ยึดมั่นและหลงอยู่กับอดีต และฟุ้งกับอนาคต

ก่อนที่จะว่าใครร้าย ใครไม่ดี ทุกอย่างที่คนอื่นทำกับเรานั้น ทำแล้วมันดับไป แต่จิตเรากลับยังไม่ดับ ยังไปยึดที่สิ่งที่เหลืออยู่ คือคนที่ทำร้ายเรา นั่นคือการมองผิดตัว หากมองถูกตัวคือ คนทำร้ายเราเค้าดับไปแล้ว แต่จิตเรายังอยู่ จิตเราคือตัวร้ายที่สุด เมื่อเราเข้าใจว่าจิตคือมิตรและศัตรูที่เลยร้ายที่สุด มันจึงกลายเป็นหน้าที่เราที่จะทำจิตให้เป็นมิตร นั่นคือ จิตผ่องใส แต่หากทำจิตเป็นศัตรู นั่นคือ จิตเราทำร้ายเรา ทำให้เรากินข้าวไม่ได้ ไม่ยิ้ม ไม่เบิกบาน และทุกข์นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้การวิปัสสนาที่สอนให้เรามีสติ เพื่อทำให้เราระลึกได้ตลอดเวลาว่า ตอนนี้โกรธ ตอนนี้หงุดหงิด ตอนนี้รำคาญเมื่อเรารู้ตัวเราเองแล้ว เราควรดับมันไป นี่คือขั้นพื้นฐาน ซึ่งอย่าพึ่งมุ่งไปที่ปัญญา เพราะในโลกของฆารวาส แค่มีสติก้อยากแล้ว หากทำจิตได้ว่างตลอดเวลาได้ด้วยแล้วนั ้น ยากยิ่งกว่า 

เอ...เทศน์มากไปหรือเปล่าคะเนี่ย คงเริ่มเบื่อกันแล้วแน่ๆ เลย

แต่เรื่องที่นำมาเขียน ลูกชิ้นว่าเป็นข้อคิดที่ดีนะคะ หากพูดภาษาง่ายๆ คือ ปล่อยวางอดีต อย่ากังวลอนาคต และทำวันนี้ให้ดีที่สุดคะ

สวัสดีเช้าวันพฤหัสนะคะ เพื่อนๆ ทุกๆ คน หวังว่า วันนี้ คุณจะทำจิตให้ว่างเปล่า และมีสติคะ

Back to Top
joy&boy View Drop Down
Senior Bride
Senior Bride
Avatar

Joined: 19 Jun 2006
Location: Thailand
Posts: 13879
Post Options Post Options   Quote joy&boy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Aug 2007 at 11:51
ลูกชิ้น . . ดีมากเลยจ้า . .  ขอบคุณฮับ
Back to Top
khaow View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 04 Feb 2007
Location: Thailand
Posts: 508
Post Options Post Options   Quote khaow Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Aug 2007 at 12:30

สาธุ......

ไม่ทราบว่าวัดที่ลูกชิ้นไปอยู่ที่ไหนเหรอคะ

Back to Top
LukChin View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Posts: 478
Post Options Post Options   Quote LukChin Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Aug 2007 at 13:00

คุณข้าว ลูกชิ้นฝึกที่บ้านพักของบริษัทคะ โดยเชิญ  พระอาจารย์มานพ  อุปสโม มาที่บ้านพักของบริษัทหนะคะ ไม่ได้ไปที่วัดไหน แต่ว่า พระอาจารย์มานพ  อุปสโม เป็นพระวิปัสสนาจารย์ประจำศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ เขาดินหนองแสง  จันทบุรี  และ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ทั้ง ๒ ศูนย์ คือ ที่ถนนเพชรเกษม กรุงเทพฯ  และที่ ศูนย์ ๒ ปทุมธานี 

ทั้งนี้หากสนใจลองเข้าไปที่ยุวพุทธิกสมาคมดูได้นะคะ ท่านอบรมเดือนละ 2 รอบในแต่ละสถานที่ หากสนใจ pm มาถามได้คะ

Back to Top
khwanhatai View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 02 Jul 2006
Location: Thailand
Posts: 3171
Post Options Post Options   Quote khwanhatai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Aug 2007 at 15:08

ท่านยกตัวอย่างเรื่องความรักเหมือนกัน (อันนี้ขอให้พี่แก้วนะคะ เพื่อทำให้พี่มีจิตใจที่ดีขี้น) พระท่านเทศน์ว่า การที่เรารัก เราชอบใครคนหนึ่ง และเค้ามาทำให้เราผิดหวัง หากมามองย้อนนึกดู สิ่งที่ทำร้ายตัวเรา คือ ใจเราเอง ใจเรามัวหลงอยู่กับอดีตในสิ่งที่เค้าเคยให้ หรือหลงกับสิ่งที่เราเคยได้รับ แต่ ณ ตอนนี้มันหมดไปแล้ว แต่ใจหรือจิตเรามันยังไม่หมด มันยังยึดมั่นอยู่กับมัน อดีตทั้งหมดนั้นมันดับไปหมดแล้ว มันไม่มีตัวตนแล้ว แต่จิตเราคิดไปต่างๆ นานาว่า มันยังมีอยู่ และฟุ้งไปถึงอนาคตว่ามันจะกลับมา มันจะมีอยู่ เรื่องทั้งหมดนี้จิตเราเองเป็นตัวนำพาเราไป หากเรามามองย้อนดู จิตเรานั่นแหละทำร้ายเราเอง ทำให้เราคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่หากเราปล่อยจิตให้ว่าง เราจะพึงเข้าใจว่า เรื่องทุกอย่างมันไม่มีอะไรเลย มันเกิดมาแล้วผ่านไป แต่สิ่งที่หลงเหลือและกรีดแทงหัวใจเราคือจิตเราเอง หันกลับมามองปัจจุบัน เราจะพบว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น หากจิตเราไม่ยึดมั่นและหลงอยู่กับอดีต และฟุ้งกับอนาคต (น้องลูกชิ้น)

ขอบคุณมากๆ ค่ะน้องลูกชิ้น..ทุกๆอย่างที่พระท่านเทศน์มันคือความจริงทั้งหม ดเลยค่ะ..

สิ่งที่ทำร้ายตัวเรา คือ ใจเราเอง..

ปลื้มใจจัง..น้องมอบสิ่งที่ดีให้ไว้เตือนสติตัวเอง..

ตอนนี้มันหมดไปแล้ว..พี่พยายามยอมรับได้แล้ว..และสักวัน..

พี่เชื่อว่า..สิ่งที่พี่ยึดติดอยู่...มันจะจากพี่ไป..โดยที่พี่ ไม่ยึดติดหรือยึดมั่น..กับมันอีกต่อไป..

สาธุ..ทำให้ได้ซะทีซิแก้วเอ๊ย...

Back to Top
santiwan View Drop Down
New Member
New Member
Avatar

Joined: 22 Jan 2007
Location: Thailand
Posts: 56
Post Options Post Options   Quote santiwan Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Aug 2007 at 21:26

แนะนำสถานปฏิบัติธรรมตามพื้นที่(ที่มีทหารเรืออยู่นะครับ)

1. กทม.และปริมณฑล    ซ. สายลม(สายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

2. วัดอัมพวัน(สิงห์บุรี)

3.สัตหีบ  สำนักปฏิบัติธรรมมีเยอะ  แต่ที่ผมไปคือ วัดทรงเมตตา

4.หัวหิน  จะไปทุกครังที่ไป มรก.ไกลกังวล คือ วัดเขาอิตอสุขโต

5.วัดที่นักเรียนนายร้อยสี่เหล่าไปบวช  เป็นวัดที่พี่น้อง ทหาร - ตำรวจรู้จักกันมากที่สุดคือ วัดถ้ำวัฒนมงคล  กิ่ง อ.เขาชะเมา  จ.ระยอง  เจ้าคุณอาจารย์ ท่นเจ้าคุณอุดม วัฒนมงคล  ถาม นักเรียนเหล่าได้ทุกคน..  80% ยศตั้งแต่ ร.อ.ลงมา รู้จักครับ

Back to Top
 Post Reply Post Reply

Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.180 seconds.