แต่งงาน Film VS Digital - WeddingSquare
WeddingSquare.com Homepage

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิกที่นี่ดูรายละเอียด
Forum Home Forum Home > กระดาน-ถามตอบ WeddingSquare.com > ภาพนิ่งวันงาน
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

Film VS Digital



Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
noosa View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 02 Mar 2006
Location: Thailand
Posts: 50
Post Options Post Options   Quote noosa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: Film VS Digital
    Posted: 16 Mar 2006 at 16:28

สวัสดีครับ

บางคนก็ว่า Digital ดีกว่า บางคนก็ว่า ฟิลม์ดีกว่า เอ แล้ว อย่างไหนจะดีกว่ากันแน่อะนะ ผมว่า เราลองมาทำความเข้าใจกับ เจ้าระบบการถ่ายภาพ สองระบบนี้ก่อนแล้วค่อยมาตัดสินใจกันดีไหมครับว่าอย่างไหนดีกว่ า

1. ค่าใช้จ่าย

ผมว่านี่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ที่ทุกคนให้ความสำคัญ แหม ก็เงินๆทองๆ ใครก็อยากประหยัดนิครับ เรื่องนี้ แน่นอนครับว่า การถ่ายฟิลม์ ส่วนมาก จะเป็นการเหมา เป็นม้วน บางทีก็ม้วนละ 850 บางก็ 1000 บาท บางที 5 ม้วนแรก 5000 ม้วนต่อไป 850 จุดสำคัญที่ต้องถามคือ 1. ใช้ฟิลม์อะไร รุ่นไหน ISO เท่าไหร่ ยี่ห้อของฟิลม์ ผมคิดว่าไม่สำคัญมากครับ แต่ที่สำคัญคือ รุ่นครับ รุ่นนี่เราจะใช้ตรวจสอบได้ครับว่า ฟิลม์ ตัวนี้ เป็นฟิลม์ ระดับ Profession หรือที่เรียกกันว่า ฟิลม์โปร ซึ่งเป็นฟิลม์ที่มีคุณสมบัติถ่ายทอดสีได้ดี สีสันสดใส บางตัวก็ต้องบอกว่าฉูดฉาดเลยหละ ถ้าหาก จะให้พูดไปเลย ตามประสบการณ์ ฟิลม์ Pro ของ Kodak จะถ่ายทอดสีสันของผิวหนัง (Skin tone) ได้ดีมาก ผิวเนื้อจะสวยมากๆ ถ่ายภาพที่โชร์เนื้อเยอะๆ แบบ Protrait เต็มหน้า หรือครึ่งตัวจะสวยมาก แต่ Fuji ก็ให้สีสันโดยรวมสดใสสวยงาม อันนี้ต้องบอกว่า แล้วแต่ชอบ หรืออีกอย่างคือ แล้วแต่จะหาได้ครับ เพราะ Film โปร นี่หาซื้อยากครับ แต่ปัจจุบันก็ดีขึ้น

ส่วน Digital ส่วนมากจะเป็นการเหมา เช่น 500 รูป ราคา 10000 บาท  ผมว่า ที่มันน่าจะมีปัญหาตามมาคือ แล้วถ้าถ่ายไม่ถึงอะไรจะเกิดขึ้นครับ เขาจะลดราคาให้เราหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องตรวจสอบดู

น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนในการตัดสินใจในเรื่องราคานะครั บ แต่ว่า ผมอยากจะแนะนำให้คุณลองคำนวณ จำนวนแขกดู เท่าที่ผมเคย ประมาณ การใช้ฟิลม์ ในงานตอนเย็น ผมจะใช้จำนวนโต๊ะ 5 ตัว ต่อ 1 ม้วน หรือ 50 คน ต่อ 1 ม้วน ซึ่งไม่เคยไม่พอครับ เพียงแต่จะเหลือมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

2. คุณภาพ

รูปที่ได้จาก ดิจิตอล จะดีหรือไม่ ขึ้นกับ  2 อย่างครับ 1. กล้องที่ใช้ถ่ายและเลนส์ 2. ร้านอัดภาพ  ถ้าหากช่างภาพที่เราจ้างใช้กล้องที่ดีมา กเลยครับ แต่เขาใช้เลนส์ที่ไม่ดี มันก็ทำให้ภาพที่ออกมาสีสันไม่ดีไปด้วย แต่มันก็ยังแก้ไขได้ที่ขั้นตอนสุดท้ายคือ ขั้นตอนการอัดภาพครับ เพราะฉะนั้นอย่าตกใจครับ ข้อจำกัดสำคัญของ Digital คือ ถ้าคุณจะขายภาพให้ใหญ่มากๆ 20*24นิ้ว ขึ้นไป อันนี้ต้องคิดหนักแน่นอนครับ เพราะ ถ้ากล้องไม่ดีจริง พอขยาย มันจะมีปัญหา จะเห็นได้ว่าทำไมที่ Studio เขาใช้กล้อง 120 ถ่ายให้เราเพราะ ฟิลม์ใหญ่กว่าฟิลม์กล้อง 135 ที่เราใช้ทั่วๆไป ทำให้สามารถขยายภาพใหญ่ได้ และยังรักษา ความคมชัดของภาพ ไว้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ร้านอัดภาพ ครับ ต่อให้ กล้องดีเลนส์ดี ช่างภาพเก่ง แต่ร้านอัดภาพ ไม่เก่งหรือใช้น้ำยาอัดภาพคุณภาพต่ำ หรือเก่า มันก็ต้องมีปัญหาแน่นอน

อีกเรื่องที่เข้าใจว่า พอถ่ายดิจิตอลแล้วต้อง มาแต่งภาพ ก่อน แล้วค่อยไปล้างอัดภาพ อันนี้ ผมว่า ไม่น่าจะจริงนะครับ เพราะถ้าหากถ่ายภาพ 500 รูป แล้วต้องมานั่ง Retouch ลบริ้วรอบกันทุกรูป ผมว่า ร้านเขาคงไม่ต้องทำมาหากินกันครับ การ Retouch นี่คงจะต้องมานั่งเลือกรูปเลยว่ารูปไหน อยากให้ทำอะไร แล้วเขาก็มาทำให้เป็นรูปๆ

ทีนี้มาพูดถึง ฟิลม์ครับ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือ ต้องมี ฟิลม์ เพิ่มขึ้นมา ซึ่งผมก็แนะนำว่าควรใช้ฟิลม์ Pro เท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ครับ แต่อย่างที่บอกครับ ร้านอัดภาพ ก็ยังเป็น สิ่งที่สำคัญที่สุด ครับ

3. การเก็บรักษา

ฟิลม์ จะต้องเก็บในซอง ไม่เก็บในที่ชื้น (ไม่เอานะตู้เสื้อผ้าอะ) ไม่โดนแสงแดด ไม่ร้อน ความชื้นนี่เป็นศัตรูตัวสำคัญกับฟิลม์เลยครับ ถ้าเป็นไปได ้ ก็ ควรจะ Scan ลง CD เก็บไว้ครับ ในปัจจุบันมีหลายที่ให้บริการ Scan ฟิลม์ทั้งม้วนใส่ CD ได้นะครับ สะดวกมาเลย

ดิจิตอล นี่จะสะดวกมากกว่า แต่อยากแนะนำให้ ทำ Back up ด้วย CD ยี่ห้อดีๆ เช่น Sony, Verbatim ครับ CD ถูกๆ ไม่เอานะครับ มันอาจจะ ทำให้คุณน้ำตาตกเพราะ CD เสีย แล้วภาพหายไปทั้งหมดเลยนะครับ

อยากจะให้ข้อสังเกตุนะครับ ไม่ว่า จะถ่ายฟิลม์ หรือ ดิจิตอล สุดท้ายก็ออกมาจาก เครื่องอัดขยายภาพ เครื่องเดียวกัน ส่วนมากเครื่องเหล่านี้จะสามารถ แก้ไขสีสัน ความเข้มสว่าง ได้ทั้งหมด จะยกเว้นก็แต่ภาพถ่ายที่ไม่ชัดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ครับ กุญแจสำคัญคือ ถ้าหาก รูปที่คุณได้รับจากช่างภาพ ให้สีสันไม่ถูกใจ ภาพมืดไป สว่างไป หรือมีอาการสีเพี้ยน ก็ควรจะหาร้านใหม่เอาไปอัดภาพอีกทีครับ  เพราะแต่ละร้านก็มีช่างที่มีความชำนาญไม่เท่ากัน คุณภาพ ของเครื่อง และน้ำยา ก็ไม่เท่ากัน การคัดเลือกร้านนี่สำคัญมากครับ แต่ถ้าเจอแล้วหละก็ เหมือนเจอ Oisis เลยทีเดียวหุหุ

อ่านแล้วอาจจะสับสนนิดหน่อยนะครับ แต่ถ้าสงสัยตรงไหน หรือ ตรงไหนที่ผมข้ามไป ก็ลองเข้ามาคุยกันดูครับ

หนุ่ย

Back to Top
kitty cute View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 12 Sep 2005
Location: Thailand
Posts: 1045
Post Options Post Options   Quote kitty cute Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Mar 2006 at 16:40
เห็นด้วยเลยที่ว่าแล็บสำคัญมากๆ เจอมากับตัวเองค่ะ สีเพี้ยนมากๆ ต้องเอาไปอัดใหม่เลยค่ะ(ว่าจะไปที่กนกสิน)เห็นแล้วรับไม่ได้เลย อ่ะ หน้าเหลือง ปากนี่ม่วงเลย 
Back to Top
Mr.United View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Feb 2004
Location: Thailand
Posts: 240
Post Options Post Options   Quote Mr.United Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 16 Mar 2006 at 19:17

อะแฮ่ม .. ไม่ได้ขัดนะครับ แต่ขอออกความเห็นครับ ...

ที่ว่า Digital ขึ้นอยู่กับ 2 อย่าง 1. กล้องที่ใช้ถ่ายและเลนส์ 2. ร้านอัดภาพ  .. ถูกต้องครับ แต่ที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด(ที่ผมบอกมาตลอดครับ)คือ คนถ่ายภาพและคน post process หลังถ่ายภาพครับ .. ความเห็นส่วนตัวผม ยังไงซะ Digital ก็ต้อง Post Process (โดยช่างภาพเองหรือทีมงาน) ครับ .. ถ้าไม่ได้มีการ Post Process อาจมีน้ำตาตกได้ (ยกเว้นในกรณีที่ช่างภาพคนนั้นตอนถ่าย ถ่ายมาดีมากๆ) เพราะแสงในงานแต่งงานบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่บังคับให้ต้องเปลี่ยน WB บ่อยครับ .. ครั้นจะตั้ง AUTO WB ก็จะได้สีสรรที่ไม่ถูกต้องนัก ... จริงอยู่  ตอนส่ง print ที่ร้านจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ขั้นตอนที่สำคัญกว่าคือตอนถ่ายและ post process ครับ .. ถ้าทำขั้นตอนนี้ได้ดี..และไป LAB ที่ไว้ใจได้ ก็จะง่ายและได้สีตรงกับที่ต้องการกว่าครับ...

เรื่องการใช้ film โปร ... ถ้าเจ้าสาวสามารถ effort ได้ก็น่าใช้ครับ แต่ film โปรก็มีราคาสูงมาก (ประมาณ 2 เท่าจาก film ตลาด) .. และปัญหาที่ตามมาคือต้องหา LAB ที่สามารถอัด film โปรเหล่านั้นให้ออกมาดีๆได้ .. (ซึ่งมีน้อย) .. ถ้าไปเลปทั่วๆไป ก็อาจได้ผลออกมาไม่ต่างกับ film ตลาดทั่วๆไปครับ ... ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า film เกรดโปรนั้นดีกว่าแน่นอนในการให้ skin tone และไล่สีผิวได้ดีกว่า นุ่มนวลกว่า . แต่ก็ตามมาด้วย cost ที่สูงกว่าครับ .. เคยเอารูปให้ลูกค้าดูว่าเค้าชอบ แบบ film ไหน .. ปรากฏว่าเค้าดูไม่ออก ผมก็เลยแนะนำให้เค้าใช้ film ธรรมดาไป .... แต่ถ้าสำหรับคนที่ให้รายละเอียดในส่วนนี้มากๆ และสามารถ effort ได้ .. ก็เห็นด้วยครัย ที่จะใช้ film เกรดโปร ...

...... ไม่ได้ขัดนะครับ...แค่มาออกความเห็นเพิ่มเติม โปรดอย่าเข้าใจไปอื่น อิอิอิ

Only United
Back to Top
poonoi View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 16 Dec 2005
Posts: 343
Post Options Post Options   Quote poonoi Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Mar 2006 at 00:32

เอาล่ะสิ... film Vs digital ขึ้นสังเวียนซะแว้ว... (ไม่ได้ยุให้ตีกันนะ)

อยู่ forum นี้สนุกดีได้คุยเรื่องที่เรารู้และอยากรู้ ... จะกระทู้ก่อนๆ เราจะชอบตอบคำถามพวกนี้มั่กๆ ซึ่งมันเป็นความเข้าใจส่วนตัว + ประสบการณ์จากที่ได้คลุกคลีไปอบรมการถ่ายภาพมาประมาณปีนึง ซึ่งแน่นอนเราใช้กล้องดิจิตอล DSLR ซึ่งเราเคยอบรมมาว่าหลักการถ่ายภาพที่ดีควรมี 4 P (คร่าวๆนะคะ อาจจะไม่เป๊ะ แต่ก็น่าจะใกล้เคียง) ซึ่งมันก็เป็นหลักการเดียวกันทั้งฟิ ล์มและดิจิตอล

Prepare : เตรียมอุปกรณ์ เตรียมแนวคิดว่าเราจะถ่ายยังไง
Pre Process : จำรายละเอียดข้อนี้ไม่ได้แฮะ ...
Post  Process: ขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนใช้กล้องดิจิตอล คุณไม่ได้มีหน้าที่ถ่ายแล้วจบ แต่หลังจากถ่ายคุณต้องมาจัดการไฟล์เหล่านี้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ pro เค้าจะถ่าย Raw File แล้วมานั่งแปลงปรับ WB อย่างที่คุณ Mr.United บอกอะค่ะ แต่ถ้าเป็นฟิล์ม post process ของฟิล์มก็คือการนำฟิล์มไปล้างและอัด .. (ใช่ไม๊คะผู้รู้)
Presentation : การนำเสนอ .. ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับ concept ของงาน

สรุปว่า มายืนยันตามคุณ Mr.United และคุณ Whisky อีกที ... เหะๆ

ไม่เชียร์ดิจิตอล แต่อยากให้ทำความเข้าใจกับการใช้ดิจิตอลน่ะค่ะ ...

 



Edited by poonoi
Back to Top
noosa View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 02 Mar 2006
Location: Thailand
Posts: 50
Post Options Post Options   Quote noosa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Mar 2006 at 10:07

โอโห มีทั้งดอกไม้ มีทั้งกระถาง ดีครับ ความเห็นที่แตกต่างย่อมนำไปสู่ความรู้ใหม่

ผมตั้งกระทู้นี้ไม่ได้จะตัดสินว่า ฟิลม์ดีกว่าดิจิตอล หรือ ดิจิตอลดีกว่าฟิลม์ครับ แต่อยากให้ข้อมูลให้มากที่สุดเกี่ยวกับระบบถ่ายภาพ 2 ระบบนี้ เผื่อจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในอนาคตได้ครับ

เท่าที่อ่านดู คนที่ยังลังเลจะใช้ฟิลม์ Pro จะติด 2 อย่างคือ ราคาฟิลม์ กับ แลปที่สามารถจัดการ (Handle) เจ้าฟิลม์โปรของเราครับ เราลองมาคุยกันเรื่องราคาฟิลม์กันก่อนครับ ถ้าหากลองเปรียบเทียบราคาต้นทุนทั้งหมด ของการถ่ายภาพ ถ้าเราใช้ฟิลม์ตลาดอัดแล้วก็อัดร้านที่อัดรูปใบละ 3 บาท ลองคิดราคาเล่นๆนะครับ (80+30+108) 80 บาท คือค่าฟิลม์ 200 ต่อมา 30 บาทก็ค่าล้างฟิลม์ 108 บาทสุดท้ายคือ ค่าอัดภาพใบละ 3 บาท ทั้งหมดคือ ราคาถูกที่สุดที่ผมจะหาได้นะครับ รวมแล้วทั้งหมด ก็ 218 บาท ทีนี้เราลองมาดูด้านของฟิลม์ระดับ Pro บ้างนะครับ (170+43+231) 170 บาท ก็คือฟิลม์ 160 ของ Fuji เป็นฟิลม์โปรที่เก็บในตู้เย็นน่าใช้มากๆครัรบ 8b ส่วน 43 บาท คือค่าล้างฟิลม์ 40 บาท +Vat 7% แล้วก็สุดท้าย ค่าล้างภาพ 36 ใบ @ 6 บาท + Vat 7% รวมราคาทั้งหมดก็คือ 444 บาท ต่อม้วน สำหรับฟิลม์โปร (ผมใช้ราคาค่าอัดขยายภาพที่ IQ Lab ครับ เป็นแลปที่ใกล้ และน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับผมครับ แม้ว่าเขาจะไม่ใส่รูปใน Album ให้นะครับ)

ถ้าหากคุณถ่ายภาพทั้งหมด 15 ม้วน คุณก็จ่ายค่าฟิลม์ค่าล้างแพงขึ้น 3000 บาท ผมว่า 3000 บาทนี่ไม่น่าจะจัดซุ้มดอกไม้ได้ แล้วซุ้มดอกไม้คุณเอากลับบ้านได้ไหมครับ ขนาดของที่ใช้แค่วันเดียวทิ้ง คุณยังกล้าลงทุนได้ ตั้งแต่ 5000-20000 บาท ราคา 3000 บาทที่แพงขึ้นมาผมว่าไม่แพงเลยครับ เพราะฟิลม์ จะอยู่คู่กับคุณไปอีกนานนับปี ฟิลม์โปรนั้นกว่าจะเสื่อมสภาพ หากเก็บรักษาดีๆ อยู่ได้เกิน 15 ปี แน่นอน แต่ถ้าฟิลม์ตลาดเต็มที่ก็ 10 ปีครับ มันเหมือนการลงทุนระยะยาวครับ

ราคาต่างกันประมาณ 1 เท่าตัวครับ หลายคนบอกว่า ดูแล้วไม่เห็นต่างเลย จ่ายแพงกว่าทำไม ฟิลม์ระดับโปรนั้น จะเห็นความแตกต่างจากฟิลม์ ระดับตลาด อย่างโดดเด่น ตอนขยายครับ ผมเห็นด้วยครับ ถ้าดูรูป 4*6นิ้ว มาเทียบกันแล้ว ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง แต่ถ้าเมื่อไหร่เราขยายมาถึงระดับ 16*20 นิ้ว แล้วมาเทียบกัน ที่นี่หละครับที่ ฟิลม์ระดับโปร จะแสดงกำลังให้เห็นอย่างแท้จริง ฟิลม์โปรยังมีเจลาติน ที่ใช้เคลือบบนฟิลม์มากกว่าทำให้เก็บรายละเอียดในส่วน ไฮไลท์ และ ชาโดร ได้ดีกว่าฟิลม์ตลาด แต่จุดนี้ผมเห็นว่า ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับสีสันและความคมชัดเมื่อขยายภาพครับ

เรื่อง Post Process กับ WB นั้น ที่ผมให้ความสำคัญไม่มากเพราะว่า ปัจจุบัน กล้องดิจิตอลก้าวหน้ามาก เรื่องที่สีเพี้ยนแบบน่าเกลียดมีน้อยมาก ถ้าเป็นเรื่องแก้ไขริ้วรอย หรือ Retouch นี่ผมคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับงาน Studio มากกว่า แต่ถ้าหากว่าต้องทำด้วยก็คงต้องคิดหนักเหมือนกัน เพราะ จำนวนรูปนั้นมากเหลือกัน  ก็คงต้องคัดเลือกรูปที่จะทำการ Touch คงไม่ได้ทำทั้งหมด แต่สำหรับผมแล้ว เท่าที่ผมเคยใช้กล้อง ดิจิตอล มาก็ไม่มีปัญหาเรื่องสีเพี้ยนแบบต้องแก้สีมากมายครับ เพราะฉะนั้นผมจะใช้ WB ที่ตั้งไว้ก่อนสำหรับ Flash กับ Tungstain Light ไฟสีเหลืองของโรงแรม เป็นหลักครับ แต่ถ้าไปเจอ สมาคมที่ใช้ไฟ Fluoresense ก็จะใช้ Profile ของ WB ที่ตั้งไว้ก่อนแล้ว หลายๆครั้งผมก็ใช้ WB Auto ครับ ซึ่งรูปออกมาก็ทำได้ดี

เห็นด้วยกับที่บอกว่า Post Process จะช่วยให้งานออกมาดีขึ้น เมื่อนำไปล้างที่ Lab แต่ถ้า Lab เก่งหละก็ ต่อให้ ถ่ายภาพมาสดๆ ไม่ผ่าน การ Color Correct ก็ได้ภาพสวยสมใจได้เช่นกันครับ เพราะ Lab อย่าง IQ Lab ที่ผมใช้ เขาช่วยทำ Post Process ให้ ได้อยู่แล้ว (แต่ไม่ใช่ทุกรูปนะครับ มันต้องแย่จริงๆ เขาถึงจะเข้ามาแก้ด้วย PhotoShop ให้) ที่เครื่องอัดขยายภาพ

ผมงงจังเลยว่า ทำไมฟิลม์โปรจะทำให้เจ้าสาวลำบาก แล้วช่างภาพเก่งๆ เขาใช้ฟิลม์ตลาดทั้งนั้น ฟังแล้วงงจัง เพราะ ฟิลม์โปรช่วยให้ภาพสีสันสดใสขึ้น ขยายภาพได้ใหญ่และยังสามารถเก็บรายละเอียดภาพได้ดี ถ่ายทอดสีสันของ Skin Tone ได้ยอดเยี่ยม สิ่งเหล่านี้ มันไม่สามารถใช้ความความสามารถของช่างภาพมาทำให้ดีขึ้นได้ครับ

ส่วนที่บอกว่า ร้านทั่วไปอัดฟิลม์โปรไม่ดี มันมีต้นเหตุครับ ฟิลม์โปรมีคนใช้ไม่มาก เพราะฉะนั้น เครื่องที่ร้านที่ๆไปอาจจะไม่มี Preset สำหรับอัดภาพจากฟิลม์โปร ทำให้ภาพออกมาสีเพี้ยน ซึ่งการจะทำการ Calibrate สีก็ต้องมีต้นทุนไม่ว่าจะเป็น ค่ากระดาษที่ใช้ลองสี แล้วก็ยังเสียเวลาอีก ทำให้ร้านทั่วๆไป อัดภาพจาก Film โปร ได้ไม่ดีเท่าร้านที่มีประสบการณ์ในการอัดฟิลม์ โปร เพราะมี Profile สำหรับฟิลม์รุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว

สรุป ก็คือ ไม่ว่าจะถ่ายด้วย ดิจิตอล หรือ ฟิลม์ แลปที่ล้างคือ กุญแจสำคัญครับที่ตัดสินว่า คุณจะได้ภาพออกมาดีแค่ไหนครับ

หนุ่ย



Edited by noosa
Back to Top
everafter View Drop Down
New Member
New Member
Avatar
Ever After

Joined: 02 Sep 2005
Location: Thailand
Posts: 44
Post Options Post Options   Quote everafter Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 17 Mar 2006 at 10:16

ถูกต้องแล้วครับ   เห็นด้วยกับคุณ poonoi,  Mr.United แล้วก้อ Whisky ครับ

ส่วนใหญ่เวลาผมถ่าย (Digital) ผมจะถ่ายเป็น RAW file แล้วทำการ post process ปรับแต่งค่าต่างๆ เพื่อให้รูปออกมาสวยที่สุดครับ

EverAfter Studio
Back to Top
hellokitty View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 10 Aug 2005
Location: Thailand
Posts: 384
Post Options Post Options   Quote hellokitty Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Mar 2006 at 14:47
ก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ   งานแต่งงานเลยเลือกทั้ง 2 อย่างเลย  ไว้จะเอาภาพมุมเดียวกันมาให้ดู
Back to Top
Memory Box View Drop Down
exsp
exsp

Memory Box

Joined: 06 Nov 2004
Posts: 138
Post Options Post Options   Quote Memory Box Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Mar 2006 at 21:06

 

 

เข้ามาอ่านครับ

 

ก็ได้แสดงความคิดเห็นกันไปมากแล้ว

 

และเรื่อง film vs digital ก็จะไม่มีตอนจบไปเรื่อยๆ

 

ในความคิดผม (ที่อาจจะถูกหรือผิด)

 

ผมว่าเวลาลูกค้าเลือกเนี่ย สำคัญที่ว่า "ช่างภาพเป็นใคร" มากกว่า

ถ้าเขาเลือกช่างภาพคนนี้ เอาสไตล์นี้ ก็ต้อง ถามช่างภาพท่านนั้นๆว่า เขาแนะนำให้ถ่ายแบบไหน

(ช่างภาพ บางคน ใช้ทั้ง film และ digital )

 

อธิบายให้ช่างภาพฟังคร่าวๆเกี่ยวกับ งานแต่งงานที่วางแผนไว้ ช่วงเวลา, สถานที่, จำนวนแขก, ขั้นตอนพิธีการ, รูปแบบของ รูปภาพ หรือ อัลบั้มที่อยากได้

 

สิ่งเหล่านี้จะทำให้ ช่างภาพแนะนำได้ว่า งานลักษณะนี้ควรใช้ film หรือ digital

 

 

สมมุต ว่าเลือก คุณ XXX photo studio

ช่างภาพคนนี้มีสไตล์ที่ถูกใจเรามาก รับแต่งาน digital ไม่รับงาน film

แล้วเราบอกว่า film สวยกว่า ให้เขาใช้ film สำหรับงานเรา

 

ผมว่ามันจะได้งานที่ไม่เต็ม 100% จากช่างภาพท่านนี้ 

 

 

จะเลือกแบบไหนก็ขอให้ได้รูปดีๆไว้อวดเพื่อนๆกันทุกๆคนคร๊าบบบบ. ..

Back to Top
nunut View Drop Down
Senior Bride
Senior Bride
Avatar

Joined: 07 Oct 2003
Location: Thailand
Posts: 7038
Post Options Post Options   Quote nunut Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 Mar 2006 at 21:58
อุๆๆ หนุกๆๆอ่ะ
Back to Top
inpairs View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 31 Aug 2005
Location: Thailand
Posts: 1760
Post Options Post Options   Quote inpairs Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Mar 2006 at 10:28

ได้ความรู้มากๆๆเลยคะ จากที่ไม่เคยสนใจว่าจะเป็นกล้องฟิล์มหรือกล้องดิจิตอล ก็ต้องมาศึกษาเมื่อถึงคราวที่จำเป็น หุๆๆๆ

จากความรู้สึกส่วนตั๊ว ส่วนตัว นะคะ (ของผู้ชอบถูกถ่ายรูปมากกว่าเป็นคนถ่ายรูปแฮะๆๆ) คือ ก่อนอื่นเลยดูว่างบประมาณในการใช้จ่ายส่วนเนี่ยเรามีเท่าไหร่นะ คะ บวกเพิ่มไว้ประมาณ 10-20% ของงบที่ตั้งไว้ แล้วก็มาดูว่าร้านแต่ละร้านหรือทีมงานช่างภาพท่านไหนร้านไหนสาม ารถตอบสนองความต้องการของเราได้ ในงบประมาณ+คุณภาพและบริการต่าง ๆ ที่เราตั้งใจจะได้รับนะคะ  แล้วถึงจาดูว่าเค้าใช้กล้องฟิล์มหรือดิจิตอล (ซึ่งในใจจะตอบตัวเองว่าเราชอบสไตล์การถ่ายรูปที่ใช้ฟิล์ม มากๆๆ แต่บางครั้งมาคิดดูก็จะเฮ้อ บางช่วงเนี่ยเราก็อยากถ่ายเป็นแบบดิจิตอลนะ แล้วก็ตัดสินใจไม่ได้อีกตามเคย5555) แล้วก็กลับมาที่งบประมาณที่ตั้งไว้นะคะ

สุดท้ายก็ต้องขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆน้องๆในเวบ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมความรู้

Back to Top
Chimnoo View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 22 Sep 2005
Location: Thailand
Posts: 225
Post Options Post Options   Quote Chimnoo Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 Mar 2006 at 10:44
แล้ว IQ Lab เนี่ยอยู่ที่ไหนค่ะ สนใจ ๆๆๆค่ะ
Back to Top
noosa View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 02 Mar 2006
Location: Thailand
Posts: 50
Post Options Post Options   Quote noosa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Mar 2006 at 12:46

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ Memory Box เกี่ยวกับช่างภาพครับ กล้องถ่ายภาพเป็นเพียงเครื่องมือถ่ายทอดเหตุการณ์เท่านั้น มุมมองของภาพ ก็คือมุมมองของช่างภาพ ซึ่งไม่มีกล้องยี่ห้อไหน หรือ รุ่นใด ที่สามารถมาช่วยช่างภาพได้

ส่วน IQ Lab อยู่ที่ไหน ผม PM ไปแล้วครับ เพราะผมไม่ได้ค่าโฆษณา หุหุ

Back to Top
nupupea View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 19 Jan 2006
Location: Thailand
Posts: 208
Post Options Post Options   Quote nupupea Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Mar 2006 at 16:40

 อ่านแล้วอึ้งค่ะอึ้ง......เก่ง ๆ กันทั้งนั้นเลย  ท่านผู้ชมขา........งบค่ะสำคัญ อย่าลือนับตังค์ในกระเป๋า ก่อนตัดสินใจเลือกช่างภาพนะคะ  

Back to Top
A-fotoforever View Drop Down
WSQ Sponsor
WSQ Sponsor
Avatar
Fotoforever

Joined: 29 Oct 2006
Location: Thailand
Posts: 676
Post Options Post Options   Quote A-fotoforever Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 Dec 2006 at 02:55

เสริมนิดนึง นะครับ

ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกที่ผลงานช่างภาพเป็นอันดับหนึ่ง...รักใครชอบใครก็ติดต ่อคนนั้น
ส่วนเรื่องที่เขาจะถ่ายดิจิตอลหรือฟิล์ม ก็ให้เขาเลือกที่เขาถนัดที่สุดครับ.. 

Back to Top
วทจบ มือใหม่ View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member


Joined: 03 Jul 2006
Posts: 2350
Post Options Post Options   Quote วทจบ มือใหม่ Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 Dec 2006 at 10:14

 ย่องเข้ามาอ่าน แล้วย่องออกไปเงียบๆ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

Back to Top
promaster View Drop Down
exsp
exsp
Avatar
Promaster Creation

Joined: 04 Aug 2005
Location: Thailand
Posts: 1137
Post Options Post Options   Quote promaster Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 Dec 2006 at 11:50

สวัสดีครับคุณหนุ่ย ผมว่าผมเคยอ่านเจอการแนะนำเรื่อง Film กับ Digital ของคุณใน Web อื่นๆนะ เพราะการโพสต์เหมือนกันเป๊ะ แต่ผมจำไม่ได้ว่า Webไหน แต่ก็ดีครับมาช่วยกันแบ่งปันความรู้ เลยทำให้กระทู้นี้สดใสดีจัง ผมชอบอ่านเวลาที่มีคนให้ความสนใจในกระทู้นั้นๆ และพยายามช่วยกันแสดงความคิดเห็น ทำให้ผู้ที่กำลังอยากรู้เรื่องต่างๆเหล่านี้ได้มีข้อมูลดีๆเก็บ ไว้  ส่วนตัวผมคงไม่แนะนำอะไรเพิ่มเติมเพราะหลายท่านแสดงความคิดเห็น ดีๆกันทั้งนั้นแล้ว ส่วนตัวผมเองถ่ายได้ทั้งแบบกล้องฟิลม์ และกล้องดิจิตอล ครับ/ อ.เติ้ง

                  



Edited by promaster
Back to Top
SweetJane View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 23 Nov 2005
Posts: 981
Post Options Post Options   Quote SweetJane Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 Dec 2006 at 10:50
เราเคยมีทัศนะคติที่ไม่ค่อยดีกับดิจิตอล (เราเคยเป็นช่างภาพสม ัครเล่นมาก่อน เราก็เลยชอบฟิลม์มากกว่า) พอแฟนบอกว่างานของเราจะเป็นดิจิตอลล้วนๆ เราก็ยี้ๆ แต่พอเห็นรูปแล้ว ทัศนคติเปลี่ยนไปเลยคะ รูปออกมาสวยมาก ช่างทั้งสองคนถ่ายเป็น RAW หมด รูปหนึ่งขนาดไฟล์เกือบ 6 MB (.NEF) พออัดออกมาแล้ว (4x6, 5x7, 8x10) ทั้งที่ไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย บอกได้คำเดียวว่า โอ๋โห อัดใหญ่ออกมาก็สวย (เราไม่ได้ถ่ายสตู ก็เลยเอารูปวันงานมาอัดใหญ่แทน) รูปใหญ่ที่อัดบน canvas 24x36 ออกมาสวยมาก สีสันสด ดูดีมากๆเลยคะ ตั้งแต่นั้นมา เราก็เริ่มหันมาชอบดิจิตอลมากขึ้น ถ้าจัดงานอีกรอบ ก็คงจะเลือกเอาดิจิตอลแล้วละคะ

แต่ต่างคนก็ต่างใจ เราแค่อยากบอกว่า ดิจิตอลเป็นทางเลือกที่ไม่เลวร้ายอะไร แต่ต้องได้ช่างภาพดี มีกล้องและอุปกรณ์ดีด้วยนะคะ 

อีกนิดหนึ่งคือ ช่างภาพวันงานสำคัญมากนะคะ ต้องเลือกดีๆหน่อย เห็นมาแล้วหลายราย (รวมทั้งญาติสองคนของเราด้วย) ที่มาเสียใจทีหลังเพราะภาพวันงานออกมาไม่ได้ดังใจ
Back to Top
SweetJane View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 23 Nov 2005
Posts: 981
Post Options Post Options   Quote SweetJane Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 Dec 2006 at 10:52
มาแจมอีกครั้ง กระทู้นี้ให้ความรู้ดีมากเลยคะ 
Back to Top
pimmysasi View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 27 May 2006
Location: Thailand
Posts: 1107
Post Options Post Options   Quote pimmysasi Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Dec 2006 at 14:12

แล้วตกลงว่าฟิลม์หรือดิจิตอลดีกว่ากันละเนี้ย งงอะเพราะวันงานเราก้อเลือกแบบฟิลม์ถามผู้ร้และชำนาญหน่อยอะคะใครตอบได้ช่วยหน่อยนะ

Back to Top
A-fotoforever View Drop Down
WSQ Sponsor
WSQ Sponsor
Avatar
Fotoforever

Joined: 29 Oct 2006
Location: Thailand
Posts: 676
Post Options Post Options   Quote A-fotoforever Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Dec 2006 at 22:03
Originally posted by pimmysasi

แล้วตกลงว่าฟิลม์หรือดิจิตอลดีกว่ากันละเนี้ย งงอะเพราะวันงานเราก้อเลือกแบบฟิลม์ถามผู้ร้และชำนาญหน่อยอะคะใครตอบได้ช่วยหน่อยนะ


ที่เพื่อน ๆ สมาชิกตอบ ๆ กันมานั้นไม่ใช่หาข้อสรุปว่าอะไรดีกว่า..
แต่ตอบเพื่อเป็นแนวทางให้ตัดสินใจเองครับ ว่าเราต้องการอะไร... อะไรที่เหมาะสมกับเรา...

อย่างที่บอกครับ ให้เลือกที่ผลงานของช่างภาพที่ชอบดีกว่าครับ .. แล้วดูว่าเขาถนัดอะไร

เพราะหลังจากวันงานแล้ว..
สิ่งที่จะอยู่กับเราไปตลอดนอกจากความทรงจำ ความประทับใจแล้ว.. นั่นก็คือภาพถ่ายครับ...
ผู้ถ่ายทอดจะทำมันได้ดีแค่ไหน บันทึกภาพได้งดงาม ดังภาพที่เคยปรากฎในความทรงจำของคุณหรือเปล่า?

ถึงตอนนั้นจะเป็นฟิล์ม หรือ ดิจิตอล ผมว่ามันก็ไม่สำคัญแล้วล่ะครับ..



Edited by A-fotoforever
Back to Top
pimmysasi View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 27 May 2006
Location: Thailand
Posts: 1107
Post Options Post Options   Quote pimmysasi Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Dec 2006 at 20:24
ขอบคุณคุณA-fotoforeverมาก ๆ นะคะ ได้ข้อมูลและคำปลอบใจที่ดีมาแล้วคะ
Back to Top
noosa View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 02 Mar 2006
Location: Thailand
Posts: 50
Post Options Post Options   Quote noosa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Mar 2007 at 11:04

แปปเดี๋ยวกระทู้นี้จะครบปีแล้ว ตกใจเหมือนกันที่ได้ปักหมุด เอาไว้จะมา รีวิว เรื่องอื่นๆ บ้างครับ เช่น ถ่ายภาพทั้งงานไม่ใช้ Flash ซักใบ (เรื่องจริงนะ) หรือการทำ Image Transfer (โพราลอย) ตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อนนนะครับ

Back to Top
sari_jang View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 25 Jan 2006
Location: Thailand
Posts: 758
Post Options Post Options   Quote sari_jang Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Mar 2007 at 13:08

ขอถามคุณหนุ่ยค่ะ

ว่า IQ Lab เนี่ยอยู่แถวๆ ไหนคะ

จะได้เอารูปไปอัดบ้างค่ะ   Pm บอกก็ได้นะคะ



Edited by sari_jang
Back to Top
mashimaro View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 09 Feb 2007
Location: Thailand
Posts: 614
Post Options Post Options   Quote mashimaro Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Mar 2007 at 07:59

ขอบคุณมากๆนะคะได้ความรู้ดีมากๆเลย อยากให้เก็บกระทู้นี้ไว้นะ จะได้ให้คนอื่นๆที่ไม่ค่อยรู้อะไรเลยอย่างเราได้เข้ามาอ่านกันน ่ะค่ะ

Back to Top
A-fotoforever View Drop Down
WSQ Sponsor
WSQ Sponsor
Avatar
Fotoforever

Joined: 29 Oct 2006
Location: Thailand
Posts: 676
Post Options Post Options   Quote A-fotoforever Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Mar 2007 at 13:21

Originally posted by noosa

เห็นด้วยกับที่บอกว่า Post Process จะช่วยให้งานออกมาดีขึ้น เมื่อนำไปล้างที่ Lab แต่ถ้า Lab เก่งหละก็ ต่อให้ ถ่ายภาพมาสดๆ ไม่ผ่าน การ Color Correct ก็ได้ภาพสวยสมใจได้เช่นกันครับ เพราะ Lab อย่าง IQ Lab ที่ผมใช้ เขาช่วยทำ Post Process ให้ ได้อยู่แล้ว (แต่ไม่ใช่ทุกรูปนะครับ มันต้องแย่จริงๆ เขาถึงจะเข้ามาแก้ด้วย PhotoShop ให้) ที่เครื่องอัดขยายภาพ
 
IQ รับ Post Process  ภาพที่ถ่ายเป็น Raw File ด้วยหรือครับ?

Back to Top
kanitta View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 09 Sep 2006
Location: Thailand
Posts: 16
Post Options Post Options   Quote kanitta Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 09 Mar 2007 at 21:10

ได้ความรู้เยอะมากเลยค่ะ  IQ Lab อยู่แถวไหนคะ  PM มาบอกด้วยนะคะ ส่วนใหญ่แล้วจะอัดภาพขนาด 4*6 กันเยอะเลยนะคะ  แต่อยากบอกค่ะว่าถ้าอัดภาพขนาด 5*7  จะรู้สึกว่าได้ภาพใหญ่มากค่ะ และก็เห็นชัดขึ้นค่ะ และทำไมถึงไม่ค่อยนิยมกันคะ

Back to Top
august_au View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 17 Feb 2007
Location: Thailand
Posts: 309
Post Options Post Options   Quote august_au Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 10 Mar 2007 at 17:42
เปิดเข้ามาปุ๊บ...อ่านแล้วสนุกดี แถมยังได้ความรู้เกี่ยวกับกล้องฟิล์ม และดิจิตอลมาเพียบเลย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
Back to Top
A-fotoforever View Drop Down
WSQ Sponsor
WSQ Sponsor
Avatar
Fotoforever

Joined: 29 Oct 2006
Location: Thailand
Posts: 676
Post Options Post Options   Quote A-fotoforever Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 11 Mar 2007 at 07:08
Originally posted by kanitta

แต่อยากบอกค่ะว่าถ้าอัดภาพขนาด 5*7  จะรู้สึกว่าได้ภาพใหญ่มากค่ะ และก็เห็นชัดขึ้นค่ะ และทำไมถึงไม่ค่อยนิยมกันคะ

ร้านดีๆ ราคาค่าอัด 5*7 ต่อใบค่อนข้างสูงครับ
ร้านที่รับอัดถูก ๆ ก็อัดไม่ค่อยจะสวยซะอีก

และอีกอย่างมันหาอัลบั๊มเล่มใหญ่ยากครับ.. ปกติก็เป็น 4x6 ทั้งนั้น

Back to Top
aorka22 View Drop Down
WSQ FanClub
WSQ FanClub
Avatar

Joined: 08 Feb 2007
Location: Thailand
Posts: 143
Post Options Post Options   Quote aorka22 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 24 Apr 2007 at 01:57

ขอเบอร์ และที่อยู่ของ IQ LAB pm บอกด้วยนะคะ

Back to Top
hippo2007 View Drop Down
New Member
New Member
Avatar

Joined: 30 Jun 2007
Location: Thailand
Posts: 1
Post Options Post Options   Quote hippo2007 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 30 Jun 2007 at 22:17

ผมอยู่ที่เชียงใหม่ จากการได้ไปตระเวณถ่ายรูปมาเกือยทุกสตูดิโอ และเล่นกล้องมานิดหน่อยมีข้อคิด ให้เพื่อนๆพี่ไปอ่านดู

สตูดิโอบางที่ใช้แต่ฟิลม์ บางที่ใช้ทั้ง 2 อย่าง บางที่ใช้แต่ดิจิตอล

สตูที่ใช้กล้องฟิลม์จะบอกว่างานดีอย่างนู้นอย่างนี้

การถ่ายแบบฟิลม์

มีข้อคิดอยู่ว่าฟลิม์ที่เขาถ่ายให้เราไม่สามารถนำไปอัดต่อได้(ใ นเชียงใหม่)เนื่องจากที่เชียงใหม่ไม่มีแล็บต้องส่งไปกรุงเทพ เราซื้อฟลิม์ต่อจากทางร้านก็แสนแพงอยู่แล้ว ยังมาอัดทั่วๆไปไมได้อีก เซ็ง แล้วค่าถ่ายก็แพงกว่าดิจิตอลพอสมควร ราว1000-2000 บาท ส่วนมากจะถ่ายให้ประมาณ 30-50 แอ็คชั่นแล้วเราก็มาเลือกทีหลังว่าจะเอารูปไหน ลงอัลบั้มประมาณ 8*10 รูปไหนขยายใหญ่ประมาณ 24*30

แต่เราสามารถสเกนฟลิม์ในรูปแบบของติจิตอลได้ แต่ก็แพงอยู่นั้นแหละ แล้วบางร้านสแกนในความระเอียดที่ต่ำ ทำให้ไม่สามารถนำไปอัดขยายใหญ่ได้(แล็ปดิจิตอลที่มีอยู่ทั่วๆไป )

ส่วนในของการถ่ายในรูปแบบดิจิติอล(ต้นทุนในการถ่ายถูกกว่า เมื่อเทียบกับคุณภาพที่พอๆกัน)

ข้อดีของดิจิตอล

เขาจะถ่ายรูปให้เราเยอะมากๆทั้งในและนอกสตลู ทำให้เราสามารถเลือกรูปที่เราว่าดูดีมากกว่า

แล้วก็จะมาเลือกลงอัลบั้ม 8*10 แล้วขยายใหญ่ หน้างาน  24*30 ประมาณ 1 รูป

ผมเชื่อว่าคุณดูไม่ออกหรอกว่าในอัลบั้ล 8*10 อันไหนถ่ายด้วยกล้องฟิลม์อันไหน่ถ่ายด้วยดิจิตอล

ในส่วนของรูปใหญ่นั้นไม่แน่(ในรูปแบบของดิจิตอล)แต่แบบฟิลม์โปร แล้วรูปชัดแน่นครับ

แต่ถ้าถ่ายด้วยความละเอียด 10 ล้านพิกเซ็ล มาขยายใหญ่ก็ดูไม่ออกแหละครับ (24*30) ต้องใหญ่กว่านี้มากๆจึงจะดูออก

ไพล์ที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลถ้าเราซื้อออกมาได้(บางที่ไม่ให้ซื้ อออกมา) เราสามารถจะนำมาตกแต่งที่หลัง

หรืออัดเท่าไหร่ก็ได้ในราคาที่ถูก  ส่วนฟิมล์โปรถ้าซื้ออกมาก็ไม่รู้จะอัดที่ไหน ถ้าไม่ซื้อเขาจะเก็บฟิลม์ของเราไปเป็น10-30 ปีหรือ แล้วกลับไปอัดก็แสนแพงมากๆ

ที่ว่ามาคือเรื่องของการถ่ายภาพด้วยฟิลม์หรือดิจิตอลทั้งในและนอกสถานที่เพื่อใช้ในวันงานนะ

ข้อคิดก็คือ ข้อมูลที่จากการถ่ายด้วยดิจิตอล อายุของมันขึ้นอยู่คุณภาพของ CD นะระวังด้วย ถ้าเราเก็บด้วย CD ที่ไม่มีคุณภาพ 1-2 ปี CD ก็เสียแล้ว รูปที่ถ่ายมาเป็นหมืน เก็บไว้ใน CD แผ่นละ 5 บาท โอ้พระเจ้า เสื่ยงมากเลย เราก็ควาใช้ CD ที่มีคุณภาพสูงที่สุดไลท์เก็บไว้หลายๆแผ่น การนำมาใช้งานม ีความยืดหยุ่นสูง

ส่วนของฟิลม์อายุของมันเป็น 10 ปีขึ้นไป(ถ้าเก็บดีๆถึง 50 ปีเลยนะครับ) แต่ใน50ปี คุณจะนำมาอัดกี่ครั้งเชียว การนำมาใช้มามีความยืดหยุ่นต่ำ

ส่วนในเรื่องของวันงานทั้งเช้า-เย็น จะเอาฟิลม์หรือดิจดตอลดี

ในความคิดเห็นส่วนตัวนะ

ช่างที่รับถ่ายเป็นฟิมล์จะคิดเป็นม้วนตั้งแต่ม้วนละ 600-1000 บาท (รวมล้างอัด)

ถ้าเป็นดิจิตอลส่วนมากจะคิดเหมา(ถ่ายไม่จำกัดรูปเลย555)รวมทั้ง วันหรือทั้งคืน มีราคาตั้งแต่ 3500-6000 (เฉพาะกลางคืนไม่รวมอัด) ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลังว่า เพิ่มอีกม้วนแล้ว

งานที่ได้ออกมา ดิจิตอลรูปจะออกมาได้ประมาณ 600-1500 รูป(ไม่รวมอัดนะ) (ตากล้องสองคนพร้อมผู้ช่วย1คน) 4,000 บาท ช่วงเย็น รูปที่ได้ออกมา ถ้ามาอัดในขนาดจำโบ้ดูไม่รู้เลยว่าถ่ายด้วยกล้องอะไร แล้วเรายังสามารถเลือกได้ว่าจะอัดเฉพาะรูปไหน เป็นการประหยัดค่าอัดรูปไปได้มาก แล้วความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง เช่น เราสามารถ Copy cd แล้วส่งไปให้เพื่อนๆหรือญาติๆที่อยู่ไกลๆได้ เพราะจะดูจาก Com ก็ได้ ดูจาก VCD ก็ได้(ส่วนมากเครื่องเล่นVcdสามารถเปิดไพล์ Jpg (ดูรูปภาพ)ได้หมดแล้ว)แล้วพวกเขายังสามารถนำรูปใน CD ไปอัดต่อได้อ่ะ  ถ้าเป็นฟิลม์กว่าเราจะเอารูปไปให้เขาดูก็ไม่มีโอกาศแล้ว (ค่าอัดแพง) แล้วจะเขาจะได้รูปขึ้นมาเราจะส่งฟิลม์ไปหรือ? ผมคงไม่หรอก

ว่าถึงตอนนี้ผมคงใช้สตูที่ถ่ายด้วยดิจิดตอลแล้วสามารถซื้อ ไพล์ออกมาได้

แล้วในวันงานก็ใช้ช่างดิจิตอล 2 คนไปเลย เก็บรายละเอียดให้ทุกที่เลย แต่งหน้าแต่งตัว หน้างาน ในงาน มุมหลุดๆ หรือในพิธีมุมต่างๆ ไม่ต้องมานั่งกลัวว่าฟิลม์ขึ้นม้วนที่เท่าไหร่แล้ว

แล้วรูปในวันงานแขกทุกคนก็หวังที่จะมีรูปตัวเองบ้าง เราก็หวังที่จะได้เก็บความประทับใจไว้ให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน

แล้วรูปในวันงานจะมีใครบ้างที่นำรูปที่ได้มาอัดขนาดใหญ่มากๆ? คงไม่เกิน 24*30 หรอกน่า

 

 

Back to Top
Happy Lover View Drop Down
WSQ FanClub
WSQ FanClub
Avatar

Joined: 21 Aug 2006
Location: Thailand
Posts: 151
Post Options Post Options   Quote Happy Lover Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 Dec 2007 at 08:27


งานแต่งงานเราถ่ายทั้ง Film ทั้ง Digital ค่ะ (โดยคุณ A Fotoforever)

อยากจะบอกว่าคุณภาพของภาพจากกล้อง Digital ไม่ได้ด้อยกว่า Film เลยนะคะ ยิ่งถ้าเจอคนที่แต่งภาพเก่งๆ ภาพจะออกมาสวยกว่า Film ด้วยซ้ำ (แต่ต้องเป็นกล้อง Digital คุณภาพสูงนะคะ)

ตอนงานเรา เราก็กลัวนะคะ เลยขอคุณเอ ให้ถ่าย Film ด้วย

แต่ถ้าตอนนี้ให้เลือกคงถ่าย Digital อย่างเดียวค่ะเพราะสะดวกกว่า จะเอาภาพไปปรับแต่งยังไงก็ได้ และราคาถูกกว่าด้วยค่ะ

          
Love is not finding someone we can live with,
but love is finding somone we can not live without.
Back to Top
aummie View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 30 Nov 2007
Location: Thailand
Posts: 1375
Post Options Post Options   Quote aummie Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Dec 2007 at 17:08
งั้นสรุปว่า ดีและเสีย แตกต่างกันไป ใช่ไหมค่ะ แล้วแต่คนชอบใช่ไหมค่ะ เพราะเท่าที่อ่านในกระทู้ ไม่มีมติ เป็นเอกฉันท์
Back to Top
Nanajung11 View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 23 Jul 2008
Posts: 239
Post Options Post Options   Quote Nanajung11 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 Jul 2008 at 17:30

ถ้าเกิดช่างกล้องดิจิตอลเราบอกว่า พิธีเช้ารูปส่วนมากเขาจะถ่ายเป็น JPEG  ที่มีความละเอียดของภาพสูงเพราะพิธีเช้าไม่ต้องปรับแสง สี หรือ WB อะไรมาก  ไม่จำเป็นต้องใช้ RAW file ก็ได้  ส่วนงานเย็นเขาจะถ่ายเป็น RAW file  อย่างนี้เราควร OK ไหมคะ หรือว่างานเช้าควรจะเป็น RAW file ด้วยคะ  โดยส่วนตัวชอบมุมกล้องของช่างรายนี้อยู่แล้ว แต่แค่ไม่แน่ใจว่างานเช้าจำเป็นต้อง เป็น RAW file หรือเปล่าน่ะค่ะ หรือว่าแค่ JPEG ก็พอแล้ว โดยส่วนตัวไม่คิดจะเอารูปงานเช้ามาอัดรูปใหญ่มากอยู่แล้วน่ะค่ะ

รบกวนให้ความเห็นด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

Back to Top
FotoZeed View Drop Down
exsp
exsp
Avatar

Joined: 26 Apr 2008
Location: Thailand
Posts: 2066
Post Options Post Options   Quote FotoZeed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 Aug 2008 at 10:08
การถ่ายเป็น RAW File หมด ดีตรงที่ เราสามารถดึงแสงสี ที่ Raw ได้มากกว่าดึงที่ JPEG ไฟล์ ค่ะ

เพราะฉะนั้น ถ้าถ่าย Raw ได้หมด รินว่าดีกว่าค่ะ อย่างเช่นบางช็อตที่อาจจะฉุกละหุกทำให้วัดแสงผิด

ถ้าเกิดมุมมองภาพนั้นสวยมาก เสียดายไม่อยากลบรูปทิ้ง Raw ก็สามารถดึงแสงที่ under หรือ over

ได้ในระดับที่สามารถทำให้รูปนั้นดูดีขึ้นมาได้ ถึงจะไม่สมบูรณ์เท่ากับรูปที่วัดแสงได้ถูกต้องก็ตาม

ในขณะที่ Jpeg ก็ดึงได้นะคะ แต่ Raw จะเก็บข้อมูลของช่วงในการดึงได้มากกว่า Jpeg ค่ะ


FOTOZEED
Pomme Tel 0896830007, 0836030201
Rin Tel 0851600515&l
Back to Top
Nanajung11 View Drop Down
Exclusive member
Exclusive member
Avatar

Joined: 23 Jul 2008
Posts: 239
Post Options Post Options   Quote Nanajung11 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 Aug 2008 at 16:16

ขอบคุณมากสำหรับคำตอบค่ะ :)

Back to Top
ouvuo-photo View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 18 Jan 2010
Location: Thailand
Posts: 6
Post Options Post Options   Quote ouvuo-photo Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 Jan 2010 at 13:58

เข้ามาอ่านด้วยคนคับ

Back to Top
PHOTOMINE View Drop Down
WSQ Sponsor
WSQ Sponsor
Avatar

Joined: 25 Jul 2008
Location: Thailand
Posts: 82
Post Options Post Options   Quote PHOTOMINE Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 14 Oct 2010 at 14:54

ดิจิตอล ยืดหยุ่นกว่าครับ..ยิ่งกล้องสมัยใหม่ๆ ความละเอียดไปถึง 21-24 ล้านกันแล้วครับ...คุณภาพไฟล์เหลือๆแล้วครับ...ยิ่งถ่ายเป็น RAW แล้วโปรเซซดีๆผมว่ามันสะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องมาคอยนั่งเช็คม้วนฟิล์มว่าจะบานปลายไปเท่าไหร่ๆ ครับ  1 ความเห็นครับ

ป้อม_โฟโต้มายน์_เชียงใหม่ http://www.weddingsquare.com/photomine/ & http://www.photominestudio.com / facebook.com/photomine โทร. 089-4378226 E-mail : wanjaiphoto@hotmail.com
Back to Top
 Post Reply Post Reply

Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.141 seconds.