แต่งงาน รีวิวงานหมั้นและงานแต่ง เจ้าสาวหมาดๆ - WeddingSquare
WeddingSquare.com Homepage

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งนี้ คลิกที่นี่ดูรายละเอียด
Forum Home Forum Home > บ้านเจ้าสาว > บ้านเจ้าสาว ธันวาคม
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

รีวิวงานหมั้นและงานแต่ง เจ้าสาวหมาดๆ



Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
yayalee View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 23 Jan 2012
Posts: 57
Post Options Post Options   Quote yayalee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: รีวิวงานหมั้นและงานแต่ง เจ้าสาวหมาดๆ
    Posted: 01 Feb 2012 at 00:28
มารีวิว งานหมั้นและงานแต่งนะคะ  งานย๋าหมั้นเช้า แต่งเย็น ผ่านไปแล้วค่ะ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 54 (ตอนนั้นก็ลุ้นค่ะว่าจะเลื่อนดีหรือไม่เลื่อนดี เพราะลุ้นน้ำท่วมเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็ไม่ต้องเลื่อน ...ลุ้นแทบแย่เลยค่ะ แต่ก็ผ่านมาได้)จริงแล้วย๋ามีเวลาเตรียมตัวเป็นปีเลยค่ะ  พอแฟนมาขอปุ๊ป อย่างแรกที่ทำเลยก็คือ หาฤกษ์  ซึ่งจริงๆ แล้ว ซินแสให้ฤกษ์มาค่อนข้าง หลายวัน  ไล่ตั้งแต่เดือน เมย.  พค.  มิย.  พย. และ ธค.  ย๋ากับแฟนก็เลยจิ้มเอาเดือน ธันวาคมเลยค่ะ จะได้มีเวลาหาข้อมูลอย่างเต็มที่

เข้าเรื่องเลยดีกว่านะคะ.......................

งานหมั้นย๋าจัดที่  โรงแรม Landmark ห้อง Conservatory  สาเหตุที่เลือกที่นี่  เพราะเหตุผลหลายประการด้วยกันค่ะ 
เหตุผลแรก :  ย๋าต้องจัดงานหมั้นและงานแต่งภายในวันเดียว ดังนั้นห้องหมั้นและห้องจัดเลี้ยงจะต้องตอบโจทย์ย๋าได้ทั้ง 2 ห้อง ซึ่งจริงๆแล้ว ย๋าก็ walk in โรงแรมอยู่หลายที่เหมือนกันค่ะ ขอแชร์ความคิดเห็นคร่าวๆ นะคะ

1. โรงแรม เพนนินซูล่า :  ย๋าเลือกไปโรงแรมนี่ เพราะว่าบ้านย๋าอยู่แถว ฝั่งพระนคร  เลยพยายามเลือกโรงแรมที่ไม่ไกลจากบ้านมาก  ห้องที่ย๋าไปดูคือ Grand Ballroom โดยรวมแล้วย๋าก็ชอบที่นี่นะคะ แต่ติดตรงที่ว่า บริเวณ foyer ของที่นี่ ย๋าว่ามันไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ แล้วห้องที่นี่ค่อนข้างเยอะ ถ้ามีงานซ้อนกับคู่อื่น บริเวณทางเดินเข้างาน มันดูไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ สาเหตุที่ย๋าตัดที่นี่ทิ้งเลย  ก็คือ ห้องหมั้นด้วยค่ะ  จริงๆ ในใจย๋า อยากได้ห้องหมั้นที่สว่างๆ นิดหนึ่ง หรือเป็นห้องกระจกสวยๆ แบบที่ โรงแรม สุโขทัย แต่ห้องที่นี่เป็นห้องปกติเหมือนโรงแรมทั่วไป  ก็เลยตัดใจ ไปลองดูที่อื่นค่ะ

2. โรงแรม Marriott (Chao Praya Ballroom)   โรงแรมนี่ยังอยู่ที่ฝั่ง เจริญนครนะคะ  โรงแรมนี้เด่นที่บรรยากาศโดยรวมของโรงแรม  เค้าจะทำออกเป็นแนวสปา มีสวน สะพาน บรรยากาศดูร่มรื่นมาก  แต่สำหรับห้อง ย๋ารู้สึกว่ามันค่อนข้างเก่าไปนิด ก็เลยตัดทิ้งไป 

3. โรงแรม Millenium Hilton  ย๋าชอบห้อง Grand Ballroom ที่นี่มาก ห้องสวย สไตล์ modern (โคมไฟเค้าจะมีเอกลักษณ์มาก เห็นปุ๊ป รู้เลยว่าเป็นโรงแรมนี้)  แต่ก็อีกค่ะ  ย๋ามาติดที่ห้องหมั้น เพราะเค้าไม่มีห้อง scale เล็กที่สามารถจัดพิธีหมั้นได้ ซึ่งเซลล์เค้า แนะนำ ห้องอาหาร Maya ซึ่งเป็นห้องอาหารไทย  กับห้องชั้นบนที่เป็นกระจก 360 องศา  โดยส่วนตัวย๋าชอบห้องกระจก 360 องศา แต่ลองคิดภาพว่า  ถ้าจัดพิธีหมั้นตอนเช้า  แดดลง ญาติผู้ใหญ่ที่ใส่ชุดผ้าไหมกันมา คงเหงื่อแตกพลั่กๆ ก็เลยตัดใจ เดินหน้าหาที่ใหม่ต่อไปค่ะ 

4. โรงแรม สุโขทัย  ย๋ามาดูโรงแรมนี้เพราะตั้งใจมาดูห้องหมั้นของที่นี่  ซึ่งชอบมากก  แต่สุดท้ายก็มาติดที่ห้องพิธีเย็น เนื่องจาก ห้อง Ballroom ของที่นี่จะรับแขกได้ประมาณ 250 คน ถ้าจัดเป็นบุฟเฟ่ต์ และไม่มีโต๊ะจีน (เนื่องจากย๋าตั้งใจไว้ว่าจะเลี้ยงโต๊ะจีน และแขกที่กะคร่าวๆไว้ ก็อยู่ที่ประมาณ 400 คน ก็เลยต้องตัดโรงแรมนี้ทิ้้งไป)

5. โรงแรม Le Bua  ห้องที่นี่รูปแบบจะเหมือนกับ จัดงานที่บ้าน เหมาะมากสำหรับใครที่อยากได้ ธีมงานแบบอบอุ่น เหมือนเปิดบ้านรับแขก  ห้องสวยมาก แต่มี 2 ชั้น ซึ่งเป็นจุดที่ย๋ากังวล เพราะว่าลึกๆแล้วย๋า อยากได้ห้องที่มีลักษณะเป็น สี่เหลี่ยมผืนผ้า เพดานสูง และมี projector เยอะหน่อย แต่ที่ Le Bua หากจัดพิธี แขกที่ยืนอยู่ด้านหลังของห้อง  อาจจะไม่ค่อยได้เห็นพิธีหน้าเวทีเท่าไหร่ และเพดานห้องก็ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ด้วยค่ะ  สรุปว่า ยังไม่ปิ๊ง ก็เลยตัดทิ้งไป  

6. โรงแรม Grand Sheraton สุขุมวิท    ห้องที่นี่เป็นห้องทรงกลม  มี แชนเดอเลียร์อยู่กลางห้อง ห้องสวยงาม โอ่อ่า  แต่ที่นี่เค้ามีห้อง ballroom ห้องเดียว และถ้าจัดโต๊ะจีน จะรับแขกได้ประมาณไม่เกิน 35 โต๊ะ  ตอนแรกย๋าชอบห้องที่นี่มากกก แต่ว่าก็พยายามหาข้อมูล หลายๆ ที่ รวมทั้งเข้ามาหา ใน WSQ  ก็เห็นcomment เรื่อง foyer หน้าห้อง ที่มีเจ้าสาวท่านนึงบอกว่า foyer ที่นี่จะพื้นที่ ค่อนข้างจำกัด และข้อเสียคือ หากแขกค่อนข้างมาก เวลามาถึง จะยืนออกันหน้างาน ทำให้วุ่นวายได้ ซึ่งย๋าก็ค้นพบว่า  เป็นจุดหนึ่งที่ค่อนข้างกังวล และอีกอย่างก็คือ โต๊ะจีนที่นี่จุได้อย่างมากก็ 35 โต๊ะ ซึ่งเสี่ยงมาก หากแขกย๋ามาเกิน  คิดไปคิดมาหลายตลบ ก็เลยตัดใจดีกว่า

อ้อ....เพื่อนๆ ที่อ่านมาแต่แรก อาจจะงง ว่าทำไมย๋าไม่เห็นไป survey โรงแรมแถว ราชประสงค์ พวก Plaza Athenee, Four Season, Grand Hyatt , Intercontinental ฯลฯ เลย   ขออธิบายเหตุผลก่อนนะคะ  คือสืบเนื่องมาจากปี 53 ที่มีเหตุการณ์ปิดแยกราชประสงค์  เลยทำให้ย๋าหวาดๆ  แล้วพอดีช่วงที่ย๋า survey ยังอยู่ในช่วงก่อนเลือกตั้ง  ซึ่งตอนนั้นก็ยังเป็นนายกมาร์คอยู่  ย๋าก็ไม่รู้ว่า  หลังเลือกตั้ง ผลจะเป็นยังไง จะเกิดเหตุการณ์อะไรอีกรึเปล่า ก็เลยสรุปกับแฟนไปเลยว่า จะไม่จัดงานที่โรงแรมในละแวกนี้ เพื่อความสบายใจ  (และจะได้ไม่ต้องมาลุ้น ให้ใจหาย ใจคว่ำ)

7.  Sheraton สี่พระยา   เหตุผลที่มาที่นี่  เพราะว่ายังติดใจที่ Grand Sheraton ก็เลยลองมาที่นี่ดู  แต่มา survey แล้ว ส่วนตัวย๋าก็ยังไม่ปิ๊งห้องเท่าไหร่  ติดหลายเรื่อง ทั้ง บรรยากาศของห้อง  , location อะไรหลายๆ อย่าง ก็เลยตัดทิ้งไปในที่สุด

8.  Conrad   จริงๆ ย๋าชอบที่นี่มากๆ  แต่ติดอยู่เรื่องเดียวคือ  คุณแฟนบอกว่า อยู่ถนนวิทยุ ก็ไม่ได้ไกลจากราชประสงค์เท่าไหร่ คุณแฟนไม่อนุมัติ ก็เลยต้องจำใจ ตัดทิ้งไป  (ทั้งที่จริงๆ ห้องที่นี่ค่อนข้างตอบโจทย์ย๋าได้ทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของห้อง  การตบแต่งห้อง  ชื่อเสียงของโรงแรม  location อาหาร)

9.  Landmark   สุดท้าย  ย๋าก็เลยมาลงเอยกับ โรงแรม Landmark  และได้ห้อง Conservatory  สำหรับพิธีหมั้น  เหตุผลเพราะว่า ห้อง Conservatory เป็นห้องกระจก สีขาว  สามารถรับรองแขกได้ถึง 70 คน และหากแขกไม่พอ ทางโรงแรมสามารถ เปิดห้อง landmark 1,2 ที่อยู่ติดกัน เพื่อวางอาหาร เครื่องดืม และกระจายแขกมายังห้องนี่ได้  (ตอนนั้นที่ย๋าคิด กะว่า ถ้าห้องสว่างๆ น่าจะถ่ายรูปออกมาสวย  ก็เลยมาสรุปที่นี่) 

ส่วนห้อง Grand Ballroom  ตัวห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ห้องใหญ่มากพอสมควร ถ้าเป็น cocktail สามารถรองรับแขกได้ถึง 1,800 คน  ส่วนโต๊ะจีนได้ถึง 70 โต๊ะสบายๆ   และเพื่อนๆ ย๋าหลายคน confirm ว่าอาหารจีนที่นี่ อร่อย เพราะเค้าใช้ chef จากฮ่องกง  (เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะญาติผู้ใหญ่คนจีน  จะค่อนข้างใส่ใจกับเรื่องอาหารเป็นพิเศษ) 

มีรูปห้องมาให้ดูคร่าวๆ นะคะ 

สรุปว่า ย๋ากับแฟนเลยเลือกโรงแรมนี้ วางเงินมัดจำตั้งแต่เดือนเมษา  ภารกิจต่อไปจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก จองช่างแต่งหน้า ทำผม ^_____________^ 

ช่างแต่งหน้า :  จริงๆ ย๋ามีในใจอยู่ไม่ค่อยมาก เนื่องจากย๋าทำบริษัทโฆษณา จึงพอจะรู้ช่างแต่งหน้าในวงการหลายคนและพอจะรู้แนวของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร  แต่ก็มีโทรปรึกษาเพื่อน ที่แต่งงานไปแล้ว ถามข้อมูล จนสุดท้าย ก็มาสรุปที่พี่ป๊อก พรรวิษิษฐ์ สุขารมณ์ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว  ย๋าชอบพี่ป๊อกมากกกกกกกกก ถึงมากที่สุด  ย๋าให้พี่ป๊อกแต่งหน้าให้ทั้งงานเช้าและเย็น พี่ป๊อกไม่ทำย๋าผิดหวังเลยซักนิด  แต่งหน้าออกมาถูกใจ 

 โดยความคิดเห็นส่วนตัวของย๋า (เนื่องจากเป็นคนที่แต่งหน้าเหมือนกัน)  พี่ป๊อกเป็นช่างแต่งหน้าที่ละเอียดมาก  ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน พี่ป๊อกจะสำรวจหน้าก่อนเลยว่า หน้าเรามีจุดบกพร่องตรงไหน ควรเน้นตรงไหนให้เด่น และปกปิดตรงจุดไหน   พี่ป๊อกแต่งหน้าสวย เป็นธรรมชาติ จนวันงานมีแต่คนออกปากชม ว่าให้ใครแต่งให้ ที่สำคัญ พี่ป๊อก ใจดี น่ารักเป็นกันเอง มากค่ะ   (อ้อ...ลืมบอกไปว่า พี่ป๊อก เป็นช่างแต่งหน้า ที่ไปแต่งหน้าให้เจ้าชายจิกมี และพระชายา แห่ง ภูฏานในพิธีอภิเษกสมรส นั่นเองค่ะ)

เอารูปมาให้ดูนะคะ   รูปนี้งานเช้า

  

รูปนี้งานกลางคืน (ถ่ายรูปกับพี่ป๊อกไว้ด้วยนะคะ )

พูดถึง ช่างแต่งหน้าแล้ว ถ้าไม่พูดถึงช่างผม คงจะกระไรอยู่  สำหรับช่างทำผม  งานเช้าย๋า ใช้ช่างทำผม ทีมของพี่ป๊อก
ขอสารภาพว่าจำชื่อพี่เค้าไม่ได้  แต่พี่เค้าก็ทำผมสวยถูกใจเหมือนกันค่ะ  






ช่างผมตอนเย็น 

มาต่อที่ช่างผมตอนเย็นนะคะ จริงๆแล้ว ย๋ามีช่างผมในใจเพียงคนเดียว เพราะตามผลงานมานาน เลยไม่ได้ลังเล ว่าจะเลือกใคร  พอยกหูจองคิวพี่ป๊อกแล้ว  ย๋าก็ยกหูหา "พี่ใหม่ รัชดา พ่วงพวงงาม" เลย และโอนเงินมัดจำพี่ใหม่ ตั้งแต่เดือนเมษายน

แต่เหมือนย๋าจะโชคไม่ดี เพราะหลังจากนั้น ก่อนงาน 1 เดือน ย๋าก็เริ่มโทร confirm ช่างหน้า, ช่างผม, ตากล้อง ฯลฯ ปรากฏว่าพี่ใหม่แจ้งย๋าว่า พี่ใหม่เกิด accident ไปทำผมที่สวิสเซอร์แลนด์ แล้ว ไฟลท์เลื่อนบินกลับมาไม่ทันวันงานย๋า ซึ่งพี่ใหม่ก็เพิ่งทราบ  ตอนพี่ใหม่บอกย๋า  ตอนนั้นเสียใจมาก ๆๆ  เพราะเคยคิดไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งได้แต่งงาน ก็จะให้พี่ใหม่ มาทำผมให้   ก็เสียใจจริงๆค่ะ (ครั้งหนึ่งของชีวิตผู้หญิงใช่มั้ยคะ Cry )    

แต่ในความโชคไม่ดี ก็ยังไม่แย่ไปซะทีเดียว เพราะพี่ใหม่บอกย๋าว่า พี่ใหม่ได้จองคิวพี่เล็ก วาสนา โอดิศัย ให้ย๋า ให้วางใจได้ เพราะพี่เล็กก็ทำผมเก่งไม่แพ้กัน  (พี่ใหม่ รัชดา ก็เป็นช่างผมที่ไปทำผมในวันงานให้เจ้าชาย จิกมี เช่นกันค่ะ  (ซึ่งบังเอิญจริงๆ เพราะช่วงนั้นที่ย๋าคุย เป็นช่วงต้นปี  ส่วนงานอภิเษกสมรสของเจ้าชาย เป็นช่วงเดือน ตค. ย๋าก็เพิ่งมาทราบภายหลัง ตอนเห็นข่าวว่าทั้งพี่ใหม่และพี่ป๊อก ได้รับเลือกจากสำนักพระราชวังภูฏาน เลยทำให้รู้สึกว่าเราต้องตัดสินใจไม่ผิดแน่ๆ ที่จองตัวพี่ๆ ทั้งสองเอาไว้)

 จะว่าไปก็ถือว่าเป็นโชคดีของย๋านะคะ เพราะย๋าทราบมาว่า หลังจากที่พี่ใหม่และพี่ป๊อก ได้ทำงานนี้แล้ว  ค่าตัวก็มีการปรับขึ้นอีกประมาณนึงนะคะ  แต่ย๋าจองคิวไว้ก่อน จึงยังได้จ่ายเรทเก่าอยู่ Big smile )  

ขอนอกเรื่องกลับไปที่พี่ป๊อกนิดนึงนะคะ  สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะใช้ช่างแต่งหน้าคนไหน ย๋า 1 เสียงขอเชียร์พี่ป๊อกขาดใจค่ะ  พี่ป๊อก น่ารักจริงๆค่ะ เพราะย๋ามีโทรไปปรับทุกข์กับพี่ป๊อก ว่าไม่ได้พี่ใหม่ มาทำผมให้ และแอบตัดพ้อเล็กๆ ให้พี่ป๊อกฟัง  พี่ป๊อกก็พูดปลอบใจ และพูดให้สบายใจ บอกว่าพี่เล็กก็ทำผมสวยเหมือนกัน น้องย๋าไม่ต้องคิดมาก Sleepy

สรุปว่า  งานตอนเย็น ย๋าเลยได้พี่ เล็ก วาสนา มาทำผมให้ค่ะ ............

ผมตอนเย็น ที่พี่เล็กทำให้ค่ะ 



ถ่ายรูปกับพี่เล็กวาสนา ไว้ด้วยค่ะ 



Pre-Wedding 

หลังจาก จองโรงแรมแล้ว จองช่างแต่งหน้า, จองช่างทำผม ลำดับต่อไป ย๋าก็เริ่มหาข้อมูล สำหรับช่างภาพที่จะมาถ่ายภาพ Pre-Wedding ให้   หลังจากคิดแล้วคิดอีก  หาข้อมูลแล้ว หาข้อมูลอีก  ก็มาลงเอยที่ น้าสง 13 Maysa ค่ะ
ส่วนช่างแต่งหน้าทำผม เป็นช่างแต่งหน้าของช่อง 3 ชื่อ พี่แอน นะคะ

ภาพ Pre-Wedding ของ 13  Maysa นะคะ 










สำหรับ Pre-Wedding  ย๋าไปถ่ายตั้งแต่เดือนเมษายน เลยค่ะ  เพราะว่า กลัวว่าใกล้ๆแล้วจะไม่มีเวลา แล้วก็กลัวว่าถ้าไปตากแดด แล้วถ่ายช่วงใกล้ๆ วันงาน จะทำให้ดำแดด แล้วผิวจะสวยไม่ทันวันงาน  อันนี้สำคัญมากเลย สำหรับว่าที่เจ้าสาวห้อง WSQ ที่เข้ามาหาข้อมูล และได้มาอ่าน  ถ้าเป็นไปได้ รีบถ่ายหน่อยก็ดีค่ะ จะได้ไม่ฉุกละหุกนะคะ Smile

สำหรับ Pre-Wedding ย๋ามีถ่าย 2 ทีมด้วยกันนะคะ  (เพื่อให้ภาพที่หลากหลาย) ซึ่งตากล้องอีกทีม ที่ย๋าเลือก เป็นทีมตากล้องรุ่นใหม่ ไฟแรง ชื่อว่า Blissfulness Photo  ซึ่งสไตล์การถ่ายภาพก็จะต่างจาก 13 Maysa ไปเลยค่ะ  ก็จะเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง ซึ่งพอถ่ายภาพออกมาแล้ว ย๋าก็ได้ภาพสวยสมใจ  ส่วนช่างแต่งหน้าทำผม (รอบนี้ประหยัดค่ะ ทำเองค่ะ Sleepy)

ภาพ Pre-Wedding ของทีม  Blissfulness Photo ค่ะ :)















Edited by yayalee - 18 Jul 2012 at 16:24
Back to Top
sarayai View Drop Down
WSQ FanClub
WSQ FanClub
Avatar

Joined: 26 May 2011
Location: Thailand
Posts: 164
Post Options Post Options   Quote sarayai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Feb 2012 at 17:49
น่ารักมากค่ะคุณย๋า เอารูปมาลงอีกนะคะ พี่ป๊อกฝีมือสุดยอดมากๆเลยค่ะ รอชมรีวิวนะคะ เจ้าสาวคนสวย ^^
Back to Top
yayalee View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 23 Jan 2012
Posts: 57
Post Options Post Options   Quote yayalee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Feb 2012 at 23:37
Originally posted by sarayai

น่ารักมากค่ะคุณย๋า เอารูปมาลงอีกนะคะ พี่ป๊อกฝีมือสุดยอดมากๆเลยค่ะ รอชมรีวิวนะคะ เจ้าสาวคนสวย ^^

ขอบคุณนะคะ คุณ sarayai ....มาเขียนต่อแล้วนะคะ ^_^
Back to Top
yayalee View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 23 Jan 2012
Posts: 57
Post Options Post Options   Quote yayalee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 Feb 2012 at 13:20
ชุดหมั้น

สำหรับชุดหมั้น  งานตอนเช้าย๋าเป็นพิธีจีนนะคะ ย๋าตัดชุดที่ร้าน Cosily by Apirassak  ซึ่่่งพี่เอ็กซ์ออกแบบให้ถูกใจมากๆๆๆ 

ชุดของย๋าสามารถใส่ได้ 2 แบบค่ะ  แบบแรก ใส่ตัวเดียว จะเหมาะสำหรับใส่ After Party หรือจะใส่เดี่ยวๆ ไปงานแต่งงานคนอื่นในภายหลังได้  ส่วนแบบที่สอง จะมีผ้าอีก 1 ชิ้น สวมทับตรงเอว ซึ่งพอสวมทับแล้วจะทำให้ชุดนี้เป็นทรงกระโปรงบาน มี layer เป็นชั้นๆ  ดูสวยหวานมากกกกกกก 

 

Sketch ที่พี่เอ็กซ์ออกแบบให้ค่ะ

 

รูปชุดนะคะ  อันนี้แบบที่ 1  (ถ่ายกับพี่เอ็กซ์ เจ้าของร้านค่ะ) 




แบบที่ 2 หลังสวมผ้าทับเข้าไปอีก 1 ชิ้น 







รองเท้า

รองเท้าย๋าเป็นของยี่ห้อ Sirena  (คาดว่าเจ้าสาวเกือบทุกคนในห้องนี้ รู้จักกันเป็นอย่างดี Big smile )  รุ่นที่ย๋าซื้อ ชื่อรุ่น Juno ค่ะ  หน้าตาประมาณนี้ค่ะ 
 

 
 
VDO Presentation

ย๋าให้เพื่อนที่สนิทกัน ทำให้นะคะ  ซึ่ง vdo presentation ในงานของย๋าค่อนข้างยาวมาก 14 นาที (ไม่แนะนำความยาวแบบนี้เท่าไหร่นะคะ แต่ว่า ทางผู้กำกับบอกว่า เรื่องของย๋ามีเรื่องราว เลยไม่แนะนำให้ตัด แล้วย๋ากับแฟนก็เห็นด้วย ก็เลยตามเลย แต่เวลาที่ฉายในงาน จะรู้สึกว่ามันยาวเกินไปนะคะ  จริงๆแล้ว เวลาที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ประมาณ 4-7 นาทีก็เพียงพอแล้วค่ะ) 

สามารถดู vdo ได้ตาม link  ด้านล่างค่ะ
 
 
Wedding Card  
 
ส่วนของการ์ดแต่งงาน  เนื่องจากทำงานสายโฆษณา ย๋าจึงมีพี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการที่เป็น กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ ที่รักๆ กัน ซึ่งงานแต่งงานย๋า ก็มีพี่ดีไซน์เนอร์ ที่รักๆ กัน ออกแบบตัวการ์ดให้  Concept ของการ์ด จำลองมาจาก ซองเมล็ดพืช  เพื่อให้เข้ากับ ธีมงานคือ  "Love Tree"  ( ย๋ากับแฟนคิดว่า ความรักของเราสองคน ก็เหมือนต้นไม้  การที่คนสองคน จะมารักกันได้ ต้องได้รับ "ความรัก" ที่เติมเต็มจากครอบครัว  เราสองคนมีครอบครัวที่อบอุ่น ที่ให้ความรักเราอย่างเต็มที่ ทำให้เราซึมซับและเรียนรู้ ที่จะเป็น "ผู้ให้"  เปรียบเสมือน ต้นไม้ต้นใหญ่ (พ่อแม่)  ที่แตกกิ่งก้านสาขาออกมาเป็นต้นไม้ต้นเล็ก (ลูกๆ)  และเราสองคนเป็นตัวแทนของ ต้นไม้แห่งความรัก ที่พร้อมที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน 
 
ลองไปดูหน้าตาของการ์ดกันนะคะ _Smile
 
ความพิเศษของการ์ดนี้ ที่ทำให้ย๋ามึนตึ๊บ หาโรงพิมพ์อยู่นานมาก กว่าจะเจอโรงพิมพ์ที่ยอมผลิตให้เพราะว่าการ์ดตัวนี้ มีความไม่ปกติอยู่ทั้งหมด 4 ประการด้วยกันค่ะ

1. เป็นการ์ด ได-คัท
2. ใช้สีพิเศษ (ชมพูพิเศษ)
3. ปั้ม K ชมพูอมทอง
4. กระดาษพิเศษ



ของชำร่วย

แรกเริ่มเดิมที งานย๋ามีของชำร่วย 2 ชิ้นด้วยกัน (แจกเป็นเซ็ท)

1. ของชำร่วยชิ้นแรก : แรกเริ่มเดิมทีย๋าตั้งใจแจก น้ำดื่มเป็นของชำร่วย เพราะคิดอยู่หลายตลบว่าอยากให้ของที่ แขกใช้ได้ทุกคนและเป็นของที่มีความหมาย  แล้วก็นึกได้ว่าทำไมไม่ให้ "น้ำดื่ม" ไปเลย เพราะน้ำเป็น 1 ในปัจจัย 4  และมีความหมายที่ดี เกี่ยวโยงกับ concept  "Love Tree" ของงานย๋า  เพราะต้นไม้จะเจริญเติบโตได้ด้วยน้ำ 

รูปแบบคร่าวๆ ของขวดน้ำที่คุยและออกแบบไว้ก่อนผลิต



แต่เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม ช่วงเดือน ตค. "น้ำ" กลายเป็นสินค้าที่ขาดตลาด  งานย๋าก็ได้รับผลกระทบไปด้วยทำให้ไม่สามารถ order น้ำดื่ม ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก CryCryCry   (เศร้าใจมากๆค่ะตอนนั้น)  ย๋ากับแฟนเลยต้องเปลี่ยนแผน หาของชำร่วยอย่างอื่นแทน

2. ของชำร่วยชิ้นที่ 2 ที่ตั้งใจจะแจก คือ "เมล็ดพืช  Love seed"   เขียนมาถึงตรงนี้ เชื่อว่า ใครหลายคนอ่านจะขมวดคิ้ว อยากรู้ว่า ไอ้เจ้า Love Seed นี่หน้าตาเป็นอย่างไร   มีรูปมาให้ดูค่ะ



ไอ้เจ้า Love Seed หน้าตาเป็นเมล็ดถั่วแบบนี้  ที่ตัวเมล็ดจะมีตัวหนังสือคำน่ารักๆ เช่น Love  หรือสัญลักษณ์รูปหัวใจ หลังจากที่เราเอาไปปลูกแล้ว  มันจะเจริญเติบโตขึ้นมาหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ



สังเกตว่า จะมีตัวหนังสือขึ้นด้วยที่ใบของมัน  เป็นความน่ารัก เล็กๆ น้อยๆ ของเจ้าเมล็ดพืชนี้  ซึ่งย๋ากับแฟนยังสรุปที่จะแจกเจ้าเมล็ดพืชนี้อยู่ เพียงแต่ว่า เมื่อรู้ว่าไม่สามารถแจกขวดน้ำดื่มได้แล้ว ก็เลยพลิกแพลง  เอาเจ้าเมล็ดพืชนี้ไปใส่ในภาชนะเล็กๆ เป็นแก้วเซรามิก  ซึ่งสามารถใช้เพาะพันธ์เจ้าเมล็ดนี้ได้   หน้าตาของชำร่วยงานแต่งเราเลยออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ




ไว้มาเขียนต่อ พรุ่งนี้นะคะ :)








Edited by yayalee - 13 Mar 2012 at 00:02
Back to Top
yayalee View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 23 Jan 2012
Posts: 57
Post Options Post Options   Quote yayalee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 20 Feb 2012 at 20:55
  ไม่ได้เข้ามาเป็นอาทิตย์  ต้องขอโทษด้วยนะคะ ช่วงเดือนนี้ยุ่งๆ นิดหน่อย  เอาเป็นว่ามาเล่าเรื่องต่อเลยดีกว่านะคะ 

ตอนนี้ย๋าก็รีวิวโรงแรม,  ช่างแต่งหน้า, ช่างทำผม, ชุดหมั้น, วีดีโอพรีเซ็นเทชั่น, การ์ดแต่งงาน,ของชำร่วย, ตากล้อง Pre-Wedding ไปเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปขอต่อด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุดของเจ้าสาวทุกคนนั่นก็คือ  "ชุดแต่งงาน" กันเลยดีกว่า ^_^

ชุดแต่งงาน :    แรกเริ่มเดิมที ย๋าตั้งใจไว้ว่าจะใช้ชุดแต่งงานแบบเช่า-ตัด  เนื่องจากมีความคิดว่า เราใช้ชุดแต่งงานแค่วันเดียวเท่านั้น ก็เลยไม่อยากซื้อมาเก็บไว้  แต่ไปๆมาๆ หลังจากย๋าไปลองชุดแต่งงานมาหลายร้านก็ไม่เจอชุดที่ถูกใจ และ ชุดที่ใช่ สุดท้ายย๋าก็เลยต้องมาลงเอยด้วยการไปสั่งตัด เพราะชุดที่ได้จะตรงกับความต้องการย๋าที่สุด  มาลองดูกันนะคะว่าย๋าไปลองชุดที่ร้านไหนมาบ้าง Wink   (แนะนำให้ วทจส.  เวลาไปลองชุด ถ้าทางร้านอนุญาตให้ถ่ายรูป ให้ถ่ายรูปเก็บไว้นะคะ เพราะบางชุดของจริงสวยมาก แต่เวลาถ่ายรูปกลับไม่ขึ้นกล้องเท่าไหร่  ในขณะที่บางชุดของจริงอาจไม่สวยเท่าไหร่แต่พอใส่มาแล้ว  กลับดูชุดสวยมาก และข้อดีอีกอย่างคือ เป็นการดูภาพรวม องค์ประกอบของชุด เมื่ออยู่บนตัวเรา ซึ่งมุมมองจะต่างไปจากเวลาเราส่องกระจกดูตัวเองที่ร้านนะคะ) 

1. Emotion Atelier  ร้านนี้อยู่ที่ลาดพร้าว 34 เป็นร้านแรกที่ย๋าไปลอง  ชุดร้านนี้มีให้เลือกหลากหลาย ส่วนมากจะเป็นชุดนำเข้า พนักงานบริการดีมาก  ให้ลองจนกว่าจะพอใจ ส่วนตัวย๋าเองลองไปประมาณ 5-6 ชุดได้  เอารูปมาให้ดูนะคะ

ชุดนี้เป็นชุดที่ย๋าค่อนข้างชอบ หลังจากลอง 2-3 ชุดก่อนหน้านี้  ทำให้พอจับแนวได้ ว่ารูปร่างของย๋าควรใส่ประมาณไหน แต่สุดท้ายแล้ว  ก็ยังไม่ใช่ "ชุดที่ใช่"  (ชุดแต่งงานก็เหมือนแฟนนะคะ  พอเราเจอชุดที่ใช่ เราจะรู้ได้เองค่ะ ^_^)




อีก 1 ชุด   โดยส่วนตัวย๋าว่าชุดนี้ ค่อนข้างคล้ายชุดแรก ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ค่ะ



2.  Arada  Couture   ร้านนี้อยู่ตรงวัดเสมียนนารี   signature ของร้านนี้ จะอยู่ที่การจับดอกและลูกไม้ของผ้าที่เป็นเอกลักษณ์   ชุดร้านนี้ขอบอกว่า สวยมากๆๆๆ นะคะ  คือ พอใส่ไปแล้วไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้ทำผม ก็รู้สึกว่าเราสวยแล้ว  แต่รายละเอียดของชุดจะค่อนข้างเยอะมาก เพราะเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์เนอร์ "พี่ตุ้ม"   จริงๆแล้ว ย๋าชอบชุดร้านนี้มากอยู่เหมือนกัน หลังจากที่ได้ลองชุด ก็กลับไปนอนคิด  นั่งคิด  เก็บเอาไปฝันอยู่หลายคืน  เพราะจริงๆแล้ว ใจของย๋าอยากได้ชุดแต่งงานที่ออกหวาน ในขณะเดียวกัน ย๋าก็ไม่อยากได้ชุดแต่งงานที่เป็นลักษณะที่ดูเจ้าหญิ๊ง เจ้าหญิง เหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย  
ซึ่งก่อนที่จะมาลองชุดแต่งงาน ย๋ามีความคิดส่วนตัวว่า ชุดแต่งงานของย๋าจะเป็นชุดที่ใส่และดูอ่อนหวานแบบ feminine แต่ก็ยังแฝงความสง่าและมีลูกเล่นของชุดประมาณนึง และที่สำคัญย๋าชอบชุดที่มีหางยาว ชอบความหวานของผ้า tulle มากกว่าผ้าซาติน และชอบชุดที่เป็นทรง Grand A Line เป็นพิเศษ จะไม่ค่อยชอบทรง Ballgown  หรือชุดที่เป็นทรงบานๆ เหมือนตุ๊กตาเท่าไหร่   แต่สำหรับชุดของพี่ตุ้ม รายละเอียดของชุดจะเยอะมากกกกกกกก   จับจีบ เล่นลูกไม้ทั้งตัว  แต่พอใส่แล้วก็ทำให้เราอดเขวไม่ได้นะคะ เพราะชุดพี่ตุ้มสวยทุกชุด จริงๆค่ะ  ลองมาดูภาพกันดีกว่าค่ะ ;)


ชุดนี้ของจริงออกสีชมพูแชมเปญ  สวยหวานมาก แต่ย๋าติดที่สี และพี่ตุ้มก็ไม่ทำสีอื่นให้ เพราะสีมันลงตัวอยู่แล้ว


ชุดที่สอง  ชุดนี้หวานมากๆๆค่ะ  ย๋าชอบชุดนี้มากเหมือนกัน



ชุดที่ 3  ตัวนี้ผ้าจะต่างกัน แต่ก็หวานและสวยไปอีกแบบค่ะ



ชุดที่ 4  ชุดนี้ คือ ชุดที่ทำให้ย๋ากลับไปนอนคิดหลายคืน หลายวัน 5555  และทำให้ย๋าเขวไปเลย เริ่มไม่แน่ใจว่าความชอบของตัวเองเปลี่ยนไปหรือเปล่า ^^




หลังจากกลับบ้านไปนอนคิดอยู่หลายตลบ  และกลับมาหาพี่ตุ้มอีกครั้งพร้อมลากเพื่อนสนิทมาช่วยคอมเม้นท์  ก็ทำให้ย๋าสรุปได้ว่า ย๋าควรจะไปลองร้านอื่นดูก่อน  อันนี้คอมเม้นท์ส่วนตัวของเพื่อนสนิทย๋านะคะ  โดยส่วนตัวเพื่อนสนิทย๋ามีความคิดว่า ชุดพี่ตุ้มสวยจริงๆ  แต่เรา ก็สรุปกันได้ว่า  ย๋ายังอยากไปลองชุดในความฝันของย๋าอยู่   ซึ่งย๋ายังไม่เจอ  แต่พอมาลองชุดพี่ตุ้มทำให้ย๋าไขว้เขว  โดยส่วนตัวถึงแม้จะชอบมาก แต่ชุดนี้ดีเทลก็เยอะมากเช่นกัน  ซึ่งบางความคิดย๋าคิดว่าถ้าเวลาผ่านไปซัก 20 ปี เรากลับมาดูรูปที่เราใส่ชุดแต่งงาน  ย๋าอยากจะอยู่ในชุดเจ้าสาวที่ยังคงดูคลาสสิค  สวยตามกาลเวลา  ซึ่งชุดของพี่ตุ้มอาจจะไม่ตอบโจทก์ย๋าในข้อนี้  เลยทำให้ย๋าหักใจได้.....และเดินหน้าหาชุดต่อไป Smile

3.  After you say yes   ร้านนี้อยู่ที่โรงแรม Intercontinental  นะคะ   ย๋าลองไปหลายชุดเหมือนกัน  ร้านนี้ชุดสวยมากเหมือนกัน แต่ทรงของชุดส่วนมากจะเป็น Ball Gown  หาก วทจส.  คนไหนชอบชุดทรงนี้เป็นพิเศษ  มาร้านนี้รับรองไม่ผิดหวังนะคะ ที่สำคัญ  จากทุกร้านที่ลองมา ในความเห็นส่วนตัว ย๋าคิดว่าร้านนี้ ราคาและวัตถุดิบสมเหตุสมผลนะคะ 


ชุดที่ 1



ชุดที่ 2



ชุดที่ 3



4.  Cosily by  Apirassak    แรกเริ่มเดิมที ก่อนที่ย๋าจะตัดชุดหมั้น  ย๋ามาร้านพี่เอ๊กซ์เพื่อตั้งใจมาดูชุดแต่งงานก่อนค่ะ  แต่เนื่องจาก  ข้อจำกัดของทางร้าน คือ  ให้ลองชุดได้เพียง 2 ชุดเท่านั้น  ซึ่งย๋ามาร้าน Cosily ในช่วงแรกๆ ของการตระเวนลองชุด ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่กับชุดที่ลอง   และข้อจำกัดอีกข้อก็คือ  หากเราไม่ได้ซื้อชุดกับทางร้าน  พี่เอ๊กซ์ก็ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้วยนะคะ   ซึ่งจริงๆแล้ว พี่เอ็กซ์ก็ sketch ชุดให้ย๋าเช่นกัน  แต่ว่าก็ยังไม่ปิ๊งซะทีเดียว แต่โดยส่วนตัวย๋าก็ตามดูชุดร้าน Cosily มานาน และชอบแนวลูกไม้ที่ร้านนี้มาก  จึงตัดสินใจตัดชุดหมั้นกับร้านนี้ ตามที่เล่าให้ฟังไปแล้ว

5.  Your Instinct    ร้านนี้อยู่หมู่บ้านสราญสิริ ถ.ราชพฤกษ์   ซึ่งชุดส่วนใหญ่ของร้านจะเป็นยี่ห้อ Pronovias เป็น brand ชุดเจ้าสาวที่ค่อนข้างดังเหมือนกัน  ตัวอย่างของชุดแนวนี้ ลองดูได้จาก ชุดของ คุณพอลล่า เทเล่อร์ ค่ะ เป็นชุดที่เป็นสไตล์ signature ของ  Pronovias เลยนะคะ  ย๋าลองชุดร้านนี้อยู่หลายตัวเหมือนกัน   แต่ชุด Pronovias ส่วนมากจะเป็นผ้าพวก เครปนอก หรือซาตินซะมาก  ผ้า tulle นี่แทบไม่มีเลยค่ะ

ชุดที่ 1



ชุดที่ 2



ชุดที่ 3



6.  Act Cloth  ร้านนี้อยู่ ทองหล่อสแควร์  ระหว่างซอย 9 และ 11   ร้านนี้ ดีไซน์ของชุดถูกใจย๋ามาก  ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป  แต่ไม่รู้ว่าย๋าโชคไม่ดีหรือเปล่า   เพราะตอนที่ย๋าลองชุดหลายๆชุดในร้าน  ย๋าค้นพบว่า ย๋าเจอดีไซน์เนอร์ที่จะออกแบบชุดให้ย๋าได้แล้ว Big smile เพราะหลังจากที่ตระเวนมาหลายร้าน  ก็พอรู้ความต้องการของตัวเอง ว่าชอบอะไร และไม่ชอบอะไร  และสรุปกับแฟนได้ว่า  ถ้าไม่เจอชุดเช่า ตัด ที่ถูกใจ  ก็จะหาร้านที่ ดีไซน์เนอร์สามารถออกแบบชุดให้เราได้ตามที่เราคิด  แต่ปรากฏว่า  เจ้าของร้าน พูดจาเหมือนไม่รับลูกค้าเท่าไหร่  เพราะหลังจากที่ย๋าลองชุดเรียบร้อย ย๋าก็พูดกับเจ้าของว่า ย๋าตกลงใจจะให้พี่เจ้าของร้าน ออกแบบชุดให้   และย๋าก็พยายามอธิบายว่า ย๋าชอบอะไร และไม่ชอบอะไร  และยกตัวอย่างจากชุดที่ย๋าได้ลองไปจากชุดในร้าน  แต่เนื่องจากเราไม่มีความรู้เรื่องดีไซน์ บางอย่างที่เราชอบ ย๋าก้ไม่มั่นใจว่ามันเหมาะกับรูปร่างเราหรือเปล่า ก็เลยถามพี่เจ้าของร้านว่า  ถ้าย๋าชอบดีไซน์ชุดแบบตัวแรกที่ลอง แต่อยากให้หางยาวและอยากได้ผ้าลูกไม้แบบ tulle จะเหมาะมั้ยคะ  หรือว่า ....บลา บลา บลา   ปรากฏว่า  พี่เจ้าของร้านตอบกลับมาว่า " พี่ว่า น้องกลับไปนอนคิดที่บ้านก่อน ว่าอยากได้ชุดแบบไหน แล้วค่อยกลับมาหาพี่ใหม่"   โอ้ว....วินาทีนั้น  ย๋าใจเสียเลยค่ะ  รู้สึกแย่มากๆ  รู้สึกว่าพี่เค้าทำไมพูดไม่ดีเลย  เหมือนไล่ลูกค้า  ก็แอบโกรธ และลากแฟนกับเพื่อนสนิทเดินออกจากร้านเลย   พอออกมาก็รู้สึกแย่มาก เหมือนกับว่า  เราคิดว่าเราเจอร้านที่ถูกใจแล้ว  แต่พอมาเจอบริการแบบนี้ ก็แอบคิดหนักเลย  เพราะชุดแต่งงานเราใส่ได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต (คงไม่มีใครอยากใส่หลายๆ ครั้ง ใช่มั้ยคะ)   หากย๋าสั่งตัด ก็ต้องมาลองชุดหลายครั้ง  หากย๋าอยากเติมนิด ลดตรงนั้น เพิ่มตรงนี้ ชุดไม่พอดี  หางไม่ยาวพอ  ก็แอบห่วงว่า ถ้าบริการแบบนี้ เราคงต้องมีปัญหาในระยะยาวแน่ๆ  ว่าแล้วก็กลับมาบ้าน  หาข้อมูลในเวปต่างๆ  และพบว่า ไม่ใช่ย๋าคนเดียวที่เจอเหตุการณ์แบบนี้  เพราะมี วทจส. หลายคนที่เจอการพูดจาแย่ๆ แบบนี้ของเจ้าของร้านเหมือนกัน   หลังจากอ่านไปหลายกระทู้  ย๋าก็เลยตัดใจเดินหา ชุดแต่งงานร้านต่อไป

7.  Mu Tiera  ร้านนี้อยู่ปากซอย สุขุมวิท 28  ชุดเป็นแนวนำเข้าเช่นกันค่ะ  ร้านนี้บริการดีมากเช่นกัน  ให้ลองชุดจนกว่าจะพอใจ ราคาก็ไม่แพงมาก  มีชุดหลากหลายแบบ   ย๋าลองอยู่หลายชุด และมาชอบอยู่ ชุดเดียว ตามภาพเลยค่ะ 



ชุดร้าน Mu Tiera เป็นตัวอย่างของชุดที่ย๋าเล่าให้ฟัง  คือเป็นชุดที่  ของจริงไม่ได้สวยมากจับจิต จับใจ  เนื้อผ้าไม่ใช่ผ้าอู่ฟู่ ระยิบระยับ  แต่พอถ่ายรูปออกมา ทำให้ย๋า  เกิดนิมิตเลยก็ว่าได้  คือย๋ารู้เลยว่า ย๋าจะต้องใส่ชุดที่มี layer ลักษณะแบบนี้ หางยาวแบบนี้  และทำให้ในท้ายที่สุด ย๋าได้ค้นพบ  "ชุดที่ใช่"  จากร้าน  Surface ค่ะ 

(ปล.   ย๋าลืมบอกไปว่า  วทจส. หลายคน อาจจะมีคำถามว่า  ย๋ามีได้ไปลองร้าน  Kai Boutique หรือเปล่า ...ย๋าไม่ได้ไปลองเลยค่ะ  แต่ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะคะ  จริงๆแล้วชอบมากกกกกกกก  แต่คุณแฟนไม่อนุมัติงบ  (เสียใจ T_T)  เพราะตั้งแต่เด็กเลย สมัยก่อนตอนย๋าไปเรียนพิเศษแถวสยาม  ร้านของคุณ Kai จะอยู่บนห้างสยามเซ็นเตอร์  ย๋าเดินผ่านบ่อยมาก ในความคิดของเด็กตอนนั้น  คิดในใจว่า  "ถ้าวันหนึ่งเราแต่งงาน  เราจะใส่ชุดร้านนี้ให้ได้ "   แต่เมื่อความเป็นจริงมาถึง ย๋าก็ต้องพยายามสลัดความฝันทิ้งนะคะ เพราะชุดพี่ Kai  ราคาสูงมากทีเดียว ถือได้ว่าเป็น Vera Wang เมืองไทยเลย  มานั่งคิดๆ เราก็ใส่แค่ครั้งเดียว  แล้วก็ไม่ได้ใส่อีก  ก็แอบเสียดายตัง ei ei  คิดว่าถ้าเอาเงินส่วนนี้ ไปเที่ยว honeymoon  ไปเที่ยวยุโรปได้เลย  ก็เลยตัดใจไม่ไปลองมันเลย  เพราะลึกๆ กลัวว่า ถ้าลองแล้วจะตัดใจไม่ได้  Cry   เลยไม่ลองเลยดีกว่า ei ei)

8.  Victoria Studio  ร้านนี้อยู่ที่ สุขุมวิทเช่นกันค่ะ   ร้านนี้จริงๆ ไม่ได้อยู่ในลิสต์  แต่ว่าเดินผ่าน ก็เลยไปลอง  โดยส่วนตัวแล้ว ย๋าไม่ชอบเท่าไหร่  เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยค่ะ 

9.  Surface  เลขดี และเป็นร้านสุดท้ายที่ย๋าไปลอง   และสุดท้ายย๋าก็เจอ ร้านที่ใช่ :)   แต่เนื่องจากพี่โจ้ (เจ้าของร้าน)  มีชุดไม่เยอะเท่าไหร่  และเป็นชุดที่ให้พวกนิตยสาร wedding ไปถ่ายแบบ  ชุดในร้านส่วนมาก สภาพจะไม่เอื้ออำนวยให้ไปใช้งานวันจริงได้  วันที่ย๋าไปครั้งแรกพี่โจ้ไม่อยู่  เนื่องจากมีงานของสมเด็จฯ  มีแต่พนักงานในร้านอยู่  แต่พนักงานในร้านอัธยาศัยดีมากทุกคนค่ะ   ย๋าก็เลยได้ลองอยู่หลายชุด  แต่มาเจอชุดที่ชอบ อยู่ 2 ชุด ตามนี้ค่ะ 


ชุดแรก :  ชุดนี้เป็นชุดที่ คุณแอนใส่ถ่ายลงปกนิตยสาร We  ลูกไม้ชุดของจริง สวยมากค่ะ โดยส่วนตัวย๋าชอบผ้าลูกไม้ลักษณะแบบนี้เป็นพิเศษ ก็เลยถูกใจมาก แต่ไม่ชอบทรงชุดที่เป็นลักษณะสอบเข้าสะโพก เนื่องด้วยเราไม่ได้เป็นคนหุ่น นางแบบ ขายาว  พอใส่ทรงแบบนี้เข้าไปก็ทำให้ตัวดูเล็กเข้าไปใหญ่  ชุดนี้เป็นชุดที่ คุณแอน ทองประสม เคยใส่ลง We แต่ว่าตอนที่ย๋าลองชุดตัวนี้ มีการถอดดอกไม้ตรงอกออกบางส่วน   ลองดูภาพที่คุณแอนใส่ได้นะคะ  (ความสวยที่แตกต่าง หุ หุ )







ชุดที่ 2 






ชุดนี้ จริงๆแล้ว อย่างที่ย๋าบอก ย๋าไม่ชอบผ้าแนวพวก ซาติน , เครป, ไหม  แต่พอมาลองชุดนี้ ทำให้รู้ว่า ผ้าไหมญี่ปุ่น พอทำเป็นทรง Grand A line ใส่ออกมาแล้ว ในความคิดของย๋า มันดูสง่าและทำให้ดูไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป

หลังจากลองทั้ง 2 ชุด  ย๋าจึงได้ข้อสรุปให้พี่โจ้ (เจ้าของร้าน) ว่า  ย๋าอยากได้ลูกไม้ลักษณะแบบชุดที่ 1  แต่ชอบทรง Grand A Line แบบชุดที่ 2  แต่ในขณะเดียวกัน  ย๋าก็ยังอยากได้ผ้า Tulle เพิ่มความหวานให้กับชุด  

รอบที่ 2  ย๋ามาเจอกับพี่โจ้อีกครั้ง พร้อมบอกความต้องการ  พี่โจ้ก็หยิบกระดาษออกมา และ เสก็ตภาพอยู่พักนึง และได้แบบออกมาดังนี้ค่ะ


ด้านหน้า และด้านหลัง โดยรวม  :  พี่โจ้ออกแบบชุด ให้ด้านบนของชุดปักลูกไม้ ลักษณะแบบเดียวกับชุดที่แอน ทองประสมใส่ แต่มี belt ที่เอว เหมือนชุดที่สอง  


ด้านหลังของชุด :   มีโบว์ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง   หลังเว้าประมาณนึง  ความพิเศษของชุดนี้อยู่ที่ กลางหลังจะซ่อนผ้า tulle ที่ย๋าอยากได้ เพื่อเพิ่มความอ่อนหวาน และความ feminine  เอาไว้  แต่เนื้อผ้าของโครงชุดทั้งชุดเป็น ไหมญีปุ่น ทั้งตัวเพื่อให้ได้ look ที่ดู glam และไม่หวานจนเกินไป   สำหรับ reference ของผ้า tulle ดูได้จากภาพด้านล่าง ตรงกลางของผ้าที่ยื่นออกมา เป็นผ้า tulle แบบที่ย๋าชอบ ซึ่งเป็นชุดที่น้องวิว วรรณรทใส่ ชุดนี้เป็นชุดจากร้าน Surface เช่นกันค่ะ ^^







และแล้ว  ชุดแต่งงานของย๋า  หลังจากตัดเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ ...........  
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v

ไว้มาโพสต์รูปวันพรุ่งนี้นะคะ .....ขอไปนอนก่อนน๊าาาา 


Edited by yayalee - 21 Feb 2012 at 00:07
Back to Top
yayalee View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 23 Jan 2012
Posts: 57
Post Options Post Options   Quote yayalee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 Feb 2012 at 01:16
วันนี้เข้ามาดึกมาเลย .....

มาโพสต์รูปชุดแต่งงานของย๋าตามสัญญานะคะ

อยู่บนหุ่น ครั้งแรกที่ย๋าเห็น



ด้านหน้า ใกล้ๆ 



ลองใส่ชุดก่อนวันงาน



วันงานค่ะ

















 



 
ไว้จะเข้ามารีวิว ในส่วนของแหวน, ผ้าที่ให้เพื่อนเจ้าสาวไปตัดชุดทั้งพิธีหมั้น  พิธีตอนเย็น, ช่างภาพ, ช่าง vdo  และพวก decoration ต่างๆ ในงานต่อนะคะ   วันนี้ขอไปนอนก่อนนะคะ Smile


Edited by yayalee - 29 Feb 2012 at 22:02
Back to Top
Koy View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 27 Dec 2011
Posts: 45
Post Options Post Options   Quote Koy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 Feb 2012 at 06:46
ยินดีด้วยสำหรับเจ้าสาวหมาดๆนะคะ
สวยทั้งคนทั้งชุดเลย ^^

อยากทราบว่าร้าน surface อยู่ตรงไหน และราคาชุดประมาณเท่าไหร่คะ
Back to Top
yayalee View Drop Down
New Member
New Member


Joined: 23 Jan 2012
Posts: 57
Post Options Post Options   Quote yayalee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 Feb 2012 at 11:39
Originally posted by Koy

ยินดีด้วยสำหรับเจ้าสาวหมาดๆนะคะ
สวยทั้งคนทั้งชุดเลย ^^

อยากทราบว่าร้าน surface อยู่ตรงไหน และราคาชุดประมาณเท่าไหร่คะ
 
ขอบคุณมากๆค่ะ คุณ Koy  ร้าน Surface อยู่ที่พัฒนาการ 30 นะคะ เบอร์ติดต่อของทางร้านนะคะ 02-7194702  สำหรับราคาชุดของทางร้าน ขึ้นอยู่กับงบประมาณของเราเลยค่ะ  คือเราสามารถบอกงบประมาณได้ว่าเรามีงบที่เท่าไหร่  พี่โจ้ก็จะเนรมิตชุดให้เราตามงบที่เรามี  พี่โจ้น่ารักค่ะ อัธยาศัยดี  คุยได้ค่ะ ส่วนราคาชุดย๋า เดี๋ยวบอกหลังไมค์น๊า Embarrassed


Edited by yayalee - 23 Feb 2012 at 18:27
Back to Top
sarayai View Drop Down
WSQ FanClub
WSQ FanClub
Avatar

Joined: 26 May 2011
Location: Thailand
Posts: 164
Post Options Post Options   Quote sarayai Quote